วันนี้ ( 23 เม.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์วันนี้มีความซับซ้อนกันหลายมิติ ขณะที่ประเทศจีนก็เริ่มทำแผนพัฒนาประเทศ 5 ปี ซึ่งไทยจะสามารถปรับตัวให้สามารถอยู่ได้ โดยรักษาดุลการค้าของประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาไปพร้อมกัน
ยอมรับว่า วิกฤตพลังงานกดดันราคาสินค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ รวมถึงค่าขนส่ง และการส่งออกในด้านการดูแลค่าครองชีพประชาชน กระทรวงพาณิชย์จะให้ความสำคัญมากที่สุด ยอมรับว่า หากสถานการณ์ ยังไม่คลี่คลายอาจจะต้องยอมขยับราคาสินค้าบางประเภท ตามโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์
ส่วนในระยะถัดไปกระทรวงพาณิชย์ จะผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย” อย่างเต็มรูปแบบ โดยยกระดับโครงการธงฟ้าเดิม, สินค้า HOUSE BRAND, สินค้าเกษตร โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และกองทุนหมู่บ้าน เปิดจุดให้ขายสินค้าโครงการไทยช่วยไทย ผ่าน 800 ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ จำหน่ายสินค้าลดค่าครองชีพทุกวันศุกร์ ขณะนี้มีที่ว่าการอำเภอพร้อมเข้าร่วมแล้ว 660 แห่ง เริ่มโครงการวันที่ 1 พ.ค.นี้ หากยังไม่เพียงพอ ในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงยาก จะใช้โครงการ “ธงฟ้าเคลื่อนที่” และเปิดรับ “รถพุ่มพวง” ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 2,000 คัน และเปิดรับเพิ่มเป็น 5,000 คัน
คาดว่าจะเปิดรับสมัครภายในสัปดาห์หน้า ภาครัฐจะช่วยเรื่องบัตรเติมน้ำมันแบ่งเป็นรถมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างช่วยค่าน้ำมัน 1,500 บาทต่อเดือน รถยนต์ 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินโครงการได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ค.นี้
“ศุภจี” ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต ชูนโยบาย “ไทยช่วยไทย”ดูแลค่าครองชีพ
ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มสินค้า SMEs กระทรวงฯ ร่วมกับ 6 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Thailand Postmart, Nexgen, Shopee, LAZADA, TikTok และ LINE MAN ซึ่งจะไม่คิดค่าธรรมเนียม (GP) ขณะที่กระทรวงฯ จะช่วยสนับสนุนค่าขนส่ง รวมถึงจัดทำคูปองส่วนลดใบละ 100 บาท ให้กับผู้ซื้อ โดยจะคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ผลิตจริง มีมาตรฐาน และมีความพร้อมในการจำหน่ายออนไลน์ จำนวน 2,000 ราย เข้าสู่แพลตฟอร์มดังกล่าว โดยมีเป้าหมายขยายไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย
ที่ผ่านมากระทรวงฯ ได้ดำเนินนโยบาย Quick Big Win 7 นโยบาย 19 โครงการสำคัญ 80 กิจกรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 73,000 ล้านบาทเกษตรกรได้ประโยชน์ 6,000,000 ครัวเรือนผู้ประกอบการได้ประโยชน์มากกว่า 193,000 ราย
“ศุภจี” ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต ชูนโยบาย “ไทยช่วยไทย”ดูแลค่าครองชีพ
เป้าหมาย คือ ทำให้ประชาชนสามารถประหยัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสให้กระจายได้อย่างทั่วถึง ทั้งในระดับชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถก้าวข้ามวิกฤตซ้อนวิกฤต และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ จะเน้นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น และการปรับโครงสร้างรองรับในระยะยาว 5 ประกอบด้วย 1.การดูแลค่าของชีพสร้างรายได้ยกระดับชุม 2.รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 3. สร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีและชุมชน 4.สร้างสมดุลย์การส่งออก 5.ยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อคกฎหมาย
“ศุภจี” ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต ชูนโยบาย “ไทยช่วยไทย”ดูแลค่าครองชีพ
กระทรวงพาณิชย์จะใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการข้ามกระทรวง การใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
โชว์ผลงาน 6 เดือน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 73,000 ล้านบาท
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2568-มีนาคม 2569) กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนนโยบายภายใต้แนวคิด Quick Big Win โดยเน้นมาตรการเร่งด่วนที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในระยะสั้น ควบคู่กับการวางรากฐานระยะยาว ดำเนินงานผ่าน 7 นโยบายหลัก 19 โครงการสำคัญ และกว่า 80 กิจกรรม ครอบคลุมการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร การดูแลค่าครองชีพ การเสริมสร้างศักยภาพ SMEs การดูแลเศรษฐกิจชายแดนไทย–กัมพูชา การรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ การเจรจา FTA และการพัฒนาเทคโนโลยีและกฎระเบียบสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 73,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรได้รับประโยชน์มากกว่า 6 ล้านครัวเรือน และผู้ประกอบการได้รับประโยชน์มากกว่า 193,000 ราย
“ศุภจี” ฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤต ชูนโยบาย “ไทยช่วยไทย”ดูแลค่าครองชีพ
ในด้านการลดค่าครองชีพ โครงการร้านยาสุขกายสบายกระเป๋า ช่วยลดภาระประชาชนกว่า 5,600 ล้านบาท และกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 16,650 ล้านบาท ขณะที่การส่งเสริมแฟรนไชส์และสินเชื่อ SMEs สามารถสร้างมูลค่าธุรกิจรวมกว่า 1,500 ล้านบาท และขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ การดูแลเศรษฐกิจชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด สามารถหมุนเวียนเศรษฐกิจได้กว่า 325 ล้านบาท ขณะเดียวกัน การบุกตลาดใหม่และการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 34,000 ล้านบาท และผลักดันให้มูลค่าส่งออกรวมเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังได้แต่งตั้ง 2 โฆษกกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ คือ นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และนายประคัลร์ กอดำรง เอกอัครราชทูต(ฝ่ายการพาณิชย์) เพื่อประชาสัมพันธ์งานกระทรวงพาณิชย์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
อ่านข่าว:
“ศุภจี” เล็งปรับทัพพาณิชย์ครั้งใหญ่ สู้วิกฤตค่าครองชีพสูง เร่งแก้ราคาสินค้าเกษตรพุ่ง
“ศุภจี” สั่งเพิ่มช่องทาง "ไทยช่วยไทย" ดึงแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้าร่วมเริ่ม 16 เม.ย.นี้
ราคาพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง ฉุดเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงในรอบ 6 เดือน
