"ปูติน" พบ "สี จิ้นผิง" ยกระดับสัมพันธ์รัสเซีย-จีนในวันโลกป่วน

ต่างประเทศ
12:33
จำนวนผู้ชม 39
"ปูติน" พบ "สี จิ้นผิง" ยกระดับสัมพันธ์รัสเซีย-จีนในวันโลกป่วน
"วลาดิมีร์ ปูติน" เยือนจีนและพบหารือกับ "สี จิ้นผิง" อาจเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนว่าความสัมพันธ์ของรัสเซียและจีนดูแน่นแฟ้นมากขึ้น ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับความปั่นป่วน

วันนี้ (20 พ.ค.2569) วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน รวมถึงกองเกียรติยศและกลุ่มเยาวชนที่โบกธงชาติจีนและรัสเซีย พร้อมกับตะโกนด้วยคำว่ายินดีต้อนรับ

การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 25 ของปูติน โดยครั้งนี้มีระยะเวลา 2 วัน ซึ่งวันนี้ผู้นำรัสเซียมีกำหนดเข้าหารือกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ด้านจีนระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะใช้โอกาสนี้เดินหน้ายกระดับและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพและพลังบวกให้แก่โลก ซึ่งการเยือนครั้งนี้ของปูตินถูกจับตามองจากทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกิดขึ้นในขณะที่จีนพยายามประคองความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้ราบรื่น ขณะเดียวกันก็รักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับรัสเซียด้วย

วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ร่วมการประชุมในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569

วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ร่วมการประชุมในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2569

คาดว่าประเด็นหลักๆ ที่ผู้นำรัสเซียต้องการจากการพบผู้นำจีนในครั้งนี้ มีทั้งประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่ใช่ความบังเอิญนักที่ปูตินจะมาเยือนจีนตามหลังผู้นำสหรัฐฯ เพียงไม่กี่วัน เพราะอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าไม่ว่ายังไงรัสเซียก็ใกล้ชิดและเป็นมิตรกับจีนมากกว่าสหรัฐฯ และที่สำคัญปูตินและสีได้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมานานกว่าทศวรรษ

ก่อนออกเดินทางเยือนจีน ผู้นำรัสเซียได้กล่าวยกย่องว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนก้าวขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งในแง่ของความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งรัสเซียและจีนกำลังขยายความร่วมมือทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมืองและการป้องกันประเทศ พร้อมเสริมว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างรัสเซียกับจีน กำลังมีบทบาทในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ความสัมพันธ์ระดับโลก

เรื่องการค้า จีนถือเป็นคู่ค้าสำคัญของรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 ซึ่งทำให้รัสเซียสูญเสียคู่ค้าหลักอย่างสหภาพยุโรป ส่งผลให้รัสเซียต้องจับมือจีนให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น และดันให้ปริมาณการส่งออกสินค้าของรัสเซียไปยังจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ภาพประกอบข่าว

ส่วนเรื่องพลังงาน นักวิเคราะห์กลับตั้งข้อสังเกตว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนในเรื่องนี้ดูจะไม่สมดุลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนับตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครน จีนกลายเป็นคู่ค้าอันดับ 1 และยังเป็นผู้ซื้อเชื้อเพลิงฟอสซิลหลักของรัสเซีย ซึ่งครอบคลุมไปถึงน้ำมัน แก๊สและถ่านหิน โดยจีนได้ซื้อพลังงานจากรัสเซียมากถึง 12 ล้านล้านบาทในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่สหภาพยุโรปตามหลังจีนอยู่อันดับ 2 ที่ประมาณ 10 ล้านล้านบาท เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้ต่อรัสเซีย ซึ่งทำให้รัสเซียสูญสียตลาดรับซื้อแก๊สที่สำคัญ ทำให้ในการพบกันครั้งนี้ถือเป็นความหวังของรัสเซียที่จะผลักดันให้จีนอนุมัติโครงการท่อส่งแก๊สที่เชื่อมจากจีนไปรัสเซียให้ได้ แต่ดูเหมือนจีนจะไม่ได้รีบร้อนอนุมัติโครงการนี้อย่างที่รัสเซียหวังมากนัก

แต่ถึงอย่างนั้น ผู้เชี่ยวชาญมองว่ารัสเซียมีบางอย่างที่จีนต้องการ โดยรัสเซียมีแหล่งพลังงานและจีนต้องการพลังงานจากรัสเซีย เพราะจีนคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในอนาคตจะทำให้หาพลังงานจากแหล่งอื่นได้ยากขึ้น ดังนั้นสุดท้ายแล้วจีนต้องการรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซียไว้

ภาพประกอบข่าว

ขณะเดียวกันสงครามในอิหร่านได้เบี่ยงเบนความสนใจของสหรัฐฯ ออกจากสงครามในยูเครน ซึ่งรัสเซียคาดหวังว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะทำให้ความต้องการน้ำมันรัสเซียเพิ่มขึ้น หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นแรงผลักสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนในด้านพลังงาน เพราะการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้จีนต้องหันมาพึ่งพาแหล่งน้ำมันและแก๊สจากรัสเซียอย่างมาก ซึ่งจะช่วยให้รัสเซียมีเงินทุนสู้ศึกในยูเครนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของ 2 ชาตินี้ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก คือการที่สหรัฐฯ ขยับตัวออกมาเปิดศึก หรือการที่ชาติตะวันตกกำลังทำให้โลกตกอยู่ในอันตราย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะยิ่งดึงดูดให้ทั้ง 2 ชาตินี้รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นมากขึ้น

ปัจจุบัน ภาพความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการลอบสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้รัสเซียและจีนหันมาร่วมมือกันมากขึ้น ที่สำคัญจีนและรัสเซียล้วนจำได้ดีว่าสหรัฐฯ เคยพยายามแยกพวกเขาออกจากกัน เพราะฉะนั้นการที่สี จิ้นผิง พบกับปูตินหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับไปได้ไม่กี่วัน ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ทรงพลังให้โลกรับรู้ว่าพันธมิตรระหว่างรัสเซียและจีนแข็งแกร่งมากกว่าที่เคยเป็น

อ่านข่าว

รัสเซีย-จีน กระชับสัมพันธ์รอบใหม่ ท่ามกลางเกมอำนาจสหรัฐฯ

“อิหร่าน” ยื่นข้อเสนอถึง “สหรัฐฯ” ยุติเป็นปรปักษ์ - ปลดอายัดเงิน

"ทรัมป์" ส่งสัญญาณโจมตีรอบใหม่ "อิหร่าน" ขู่เปิดแนวรบหากสหรัฐฯ ลงมือ