วันนี้ (15 พ.ค 2569) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้หารือร่วมกับหน่วยงานเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้ทั่วโลก ต้องเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนของสินค้าและบริการทั่วโลก
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.)
การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกอยู่ในสภาวะ Wait & See หรือ รอดูสถานการณ์ไปก่อน ซึ่งนักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังในการเดินทางมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ ในขณะที่ยอดจองลดลงประมาณ 10%จากนักท่องเที่ยวที่กังวลเรื่องค่าครองชีพ
ทั้งนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง TUI เปิดเผยว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนจากนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราว 10% จากความกังวลด้านสงครามและค่าครองชีพ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก ไปยังประเทศที่มีภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น และบางสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่าความต้องการเดินทางระยะยาวยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญและการท่องเที่ยวคุณภาพ
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ผู้ว่าททท. กล่าวอีกว่า สำหรับการท่องเที่ยวไทย ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียงประมาณ 16 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนของโลก สำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมินว่า ยอดจองยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ยังมีความกังวลบริบทการเมืองระหว่างประเทศอยู่บ้าง แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Quality Leisure
จากข้อมูลช่วงเดือนม.ค.–เม.ย. 2569 พบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจากอเมริกาและยุโรปยังคงมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และในบางตลาดยังคงมีการเติบโต เช่น ตลาดสแกนดิเนเวีย และยุโรปตะวันออก แม้สถานการณ์ความตึงเครียดจะเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยว
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดท่องเที่ยวในไทยยังคงรักษาระดับได้ เป็นเพราะช่วง High Season ของตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยังคงเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่า ประสบการณ์ และความคุ้มค่า โดยบางส่วนปรับเส้นทางการบิน (Rerouting) ผ่านฮับการบินอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนที่เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางก็ตาม
ในขณะที่ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะสมกับการพักผ่อน และเป็น Holiday Destination ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ททท. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากทั้งภูมิภาคอเมริกาและยุโรป รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้าน Connecting ผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกลุ่ม Leisure หรือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ได้ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง ขณะที่กลุ่ม Ultra Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบ
สำหรับช่วงเดือนพ.ค.–ส.ค. นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนใหญ่มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปกันเอง ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้จำนวนที่นั่งในการเข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ ททท. ยังคงเดินหน้าสร้าง Top of Mind อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตลาดให้มีการเติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See สงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ททท. เชื่อว่า หากความขัดแย้งคลี่คลาย ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC จะกลับเข้ามาเดินทางเข้าไทยเพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนในช่วงเดือนก.ค.–ก.ย. ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเพิ่มเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Flydubai ที่เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ดอนเมืองวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ รวมถึง Etihad Airways ที่เตรียมเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบินเช่นกัน
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See สงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดท่องเที่ยว โดยเฉพาะการแข่งขันจากประเทศที่มีค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวถูกกว่าอย่างจีนและเวียดนาม ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาได้มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการและภาครัฐยังจำเป็นต้องเร่งรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพบริการ มาตรฐานความปลอดภัย และประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ปิดเทอมอินเดีย นักเที่ยวแดนภารตะแห่เข้าไทยแตะ 5 หมื่นคน
ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ฟื้นตัวด้านการเดินทาง จากการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบ family ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนในอินเดีย โดยนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียเดินทางเข้ามาแตะระดับกว่า 5 หมื่นคนในสัปดาห์นี้ และการมีวันหยุดต่อเนื่องในอินโดนีเซีย อีกทั้งนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเช่นกันจากเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการในเส้นทางปกติ
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ชะลอตัวด้านการเดินทางจากการเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 469,173 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 3,584 คน
โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (86,394 คน) มาเลเซีย (69,445 คน) อินเดีย (49,999 คน) รัสเซีย (16,528 คน) และไต้หวัน (16,024 คน) ส่วนนักท่องเที่ยวไต้หวัน และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 14.50 และร้อยละ 8.06 ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย จีน และมาเลเซีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See ททท.เผยสงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น มีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ วันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และอิสราเอล สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติและปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดโลก การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand
“ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See สงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว
ภาพรวมการท่องเที่ยวข้อมูล วันที่ 18 พ.ค. 69 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 17 พ.ค. 69 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 12,908,321 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 629,569 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (2,151,898 คน) มาเลเซีย (1,459,942 คน) อินเดีย (948,960 คน) รัสเซีย (912,085 คน) และเกาหลีใต้ (509,762 คน)
อ่านข่าว:
สแกนเมืองท่องเที่ยว พบคนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว กว่า 5 หมื่นราย
“ไทยเที่ยวไทย”ยังฮอต “ภาคเหนือ” ครองแชมป์ นักเที่ยวนิยมปักหมุดเช็คอิน
“เที่ยวตามรอยลิซ่า” ปลุกกระแส “ท่องเที่ยว”ในประเทศคึกคัก
รายงานโดย น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักศึกษาฝึกงาน
