นศ.ลุกฮือประท้วงต้านรัฐบาลอิหร่านรอบใหม่ ปะทะเดือดกลุ่มหนุน

ต่างประเทศ
06:10
จำนวนผู้ชม 1,490
นศ.ลุกฮือประท้วงต้านรัฐบาลอิหร่านรอบใหม่ ปะทะเดือดกลุ่มหนุน
Botnoi Voice
นักศึกษารวมตัวชุมนุมประท้วงต้านรัฐบาลอิหร่านระลอกใหม่ ส่งผลให้สถานการณ์ภายในตึงเครียดอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านส่งสัญญาณยอมอ่อนข้อโครงการนิวเคลียร์เพื่อบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ ทำตามข้อเรียกร้อง

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นภาพกลุ่มต่อต้านและกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลปะทะกันอย่างดุเดือด ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี อมีร์กาบีร์ ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน หลังจากวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมานักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลระลอกใหม่ ถือเป็นการชุมนุมใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ทางการอิหร่านเดินหน้าปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ม.ค.2569

ภาพการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลลักษณะนี้ รวมถึงการปะทะระหว่างผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม ปรากฏขึ้นในจุดอื่นและสถาบันการศึกษาแห่งอื่นๆ ด้วยเช่นกัน รวมถึงที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชารีฟ ซึ่งเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมจนเกิดความความชุลมุนวุ่นวาย ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่ได้ระบุจำนวน และมีรายงานว่า การชุมนุมดำเนินต่อในวันที่ 22 ก.พ.เป็นวันที่ 2 แต่ไม่แน่ชัดว่ามีผู้จับกุมหรือไม่

การประท้วงระลอกล่าสุด เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการรำลึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่จากการปราบปรามผู้ประท้วงของรัฐบาลอิหร่าน โดยเฉพาะเมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. ซึ่งสำนักข่าวนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ ประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่า 7,015 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ประท้วงอย่างน้อย 6,508 คน

นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ เดินหน้าเสริมกำลังทหารใกล้อิหร่าน รวมถึงการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 ไปประจำการ คาดว่าจะถึงที่หมายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า อยู่ระหว่างพิจารณาการโจมตีทางทหารแบบจำกัดวงต่ออิหร่าน หลังจากทรัมป์ขีดเส้นตายให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขการเจรจานิวเคลียร์ภายใน 15 วัน หรืออีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ข้างหน้า

โอมานเผย "สหรัฐฯ-อิหร่าน" จ่อเจรจารอบใหม่ 26 ก.พ.นี้

รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน 2 รอบที่ผ่านมา เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่าสหรัฐฯ และอิหร่านครั้งถัดไปมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 26 ก.พ.ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมระบุว่า การเจรจาครั้งนี้จัดขึ้นด้วยแรงผลักดันเชิงบวก เพื่อพยายามอย่างถึงที่สุดในการบรรลุข้อตกลง

สำหรับการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านรอบก่อนหน้านี้ ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างระบุว่า มีความคืบหน้า แม้ยังไม่ใช่สัญญาณของการบรรลุข้อตกลง

สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในคณะผู้แทนเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Fox News ว่า ทรัมป์ตั้งคำถามว่า เหตุใดอิหร่านจึงยังไม่ยอมจำนน ท่ามกลางการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งระบุว่าไม่อยากใช้คำว่า "หงุดหงิด" เพราะผู้นำสหรัฐฯ เข้าใจดีว่ายังมีทางเลือกอื่นอีกมาก เพียงแต่สงสัยว่าเหตุใดอิหร่านจึงยังไม่ยอมภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้

วิตคอฟฟ์ ย้ำว่า อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมจนอยู่ที่ระดับความบริสุทธิ์ 60 % ซึ่งสูงเกินความจำเป็นในการใช้งานภาคพลเรือน และเชื่อว่าในระดับเท่านี้อาจใช้เวลาเพียงประมาณ 1 สัปดาห์ ในการผลิตวัสดุสำหรับทำระเบิดนิวเคลียร์เกรดอุตสาหกรรมได้

ขณะที่อับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CBS เชื่อว่ายังมีโอกาสที่ความขัดแย้งจะคลี่คลายได้ด้วยวิถีทางการทูต บนพื้นฐานที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์ พร้อมระบุว่าคณะผู้เจรจาอยู่ระหว่างหารือเกี่ยวกับองค์ประกอบของข้อตกลง

ด้านสำนักข่าว Reuters รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่าน ว่า หลังการเจรจาสอง 2 ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมาก แม้แต่เรื่องขอบเขตและลำดับขั้นตอนการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรที่บีบอิหร่านอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุด้วยว่า อิหร่านพร้อมพิจารณาอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ในการส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงครึ่งหนึ่งออกนอกประเทศ เจือจางส่วนที่เหลือ และเข้าร่วมจัดตั้งกลุ่มเสริมสมรรถนะยูเรเนียมระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นระยะในการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านมาหลายปี โดยอิหร่านพร้อมดำเนินการดังกล่าวเพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ รับรองสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อสันติ ภายใต้ข้อตกลงที่จะรวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ อิหร่านยังเปิดโอกาสให้บริษัทสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในฐานะผู้รับเหมาในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซขนาดใหญ่ของอิหร่าน ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า การส่งสัญญาณยอมอ่อนข้อครั้งใหม่ของอิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านพยายามรักษาช่องทางการทูตและป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ โจมตีครั้งใหญ่

จับตาดีลอาวุธลับ "รัสเซีย-อิหร่าน" มูลค่า 500 ล้านยูโร

ขณะที่สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า อิหร่านบรรลุสัญญาซื้อขายอาวุธลับมูลค่า 500 ล้านยูโร หรือประมาณ 18,000 ล้านบาท กับรัสเซีย เพื่อจัดซื้อระบบต่อต้านอากาศยานแบบบุคคลประทับบ่ายิง

ข้อตกลงดังกล่าวลงนามในกรุงมอสโก เมื่อเดือน ธ.ค.2568 โดยรัสเซียจะส่งมอบแท่นยิงแบบพกพา Verba จำนวน 500 ชุด พร้อมขีปนาวุธ 9M336 จำนวน 2,500 ลูก กำหนดส่งมอบเป็น 3 รอบ ระหว่างปี 2570-2572 หรือในระยะเวลา 3 ปี

Financial Times ระบุด้วยว่า อิหร่านได้ยื่นคำขอระบบอาวุธดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน ก.ค.2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากกองกำลังสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์หลัก 3 แห่งของอิหร่าน เมื่อเดือน มิ.ย.2568 ระหว่างเข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน

ปัจจุบันรัสเซียและอิหร่านมีสนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านร่วมกัน แม้จะไม่มีข้อกำหนดเรื่องการป้องกันร่วมกัน โดยเรือรบของรัสเซียเพิ่งเข้าร่วมซ้อมรบกับกองทัพเรืออิหร่านในเดือน ก.พ.2569

อ่านข่าว

"ทรัมป์" ขีดเส้นตายไม่เกิน 15 วันบีบ "อิหร่าน" ปิดดีลนิวเคลียร์

 “ทรัมป์” เดือดขึ้นภาษีใหม่จากเดิม 10% เป็น15 % ทั่วโลกมีผลทันที

เปิดคำพิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐฯ ชี้ขาด "ทรัมป์" ไม่มีอำนาจเก็บภาษี