จับตา
เศรษฐกิจไทยแม้จะเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ แต่ก็ยังผชิญความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลยังยืนยันจะใช้แนวทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และตั้งเป้าส่งออกถึงร้อยละ 15 สวนกระแสกับบทวิเคราะห์เศรษฐกิจจากทุกสำนักว่าค่อนข้างลำบาก แต่ก็ถือว่าเป้าหมายท้าทายความสามารถของรัฐบาล และอาจคุ้มค่ากับการทุ่มงบประมาณ ที่ได้ดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด
นโยบายการเงินนับเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่จะช่วยให้รัฐบาลบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ ซึ่ง วีระพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. ซึ่งรับตำแหน่งสวมหมวกอีกใบ ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ดแบงก์ชาติ อ้างเนื้อหาพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น กับนางคริสเตียน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ เกี่ยวกับ การรับมือปัญหาเศรษฐกิจโลก กับนโยบายการเงิน ก่อนโยงมาถึงไทยว่า แบงก์ชาติ ควรทบทวนนโยบายการเงิน จากการดูแลเงินเฟ้อ มาเป็นดูแลการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
หากอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ย อยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจุบัน จะช่วยลดปัญหาการไหลของเงินทุนต่างชาติ ที่เข้ามาเก็งกำไรส่วนต่างค่าเงิน และลดภาระการขาดดุลของธนาคารแห่งประเทศไทย แนวทางนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ จากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และรมว.กระทรวงการคลัง พร้อมตอกย้ำอำนาจของฝ่ายบริหารต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตาม
ประเด็นความขัดแย้ง เกี่ยวกับแนวคิด การดำเนินนโยบายการเงิน ระหว่างรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะสร้างแรงกดดันและน้ำหนักมากขึ้น เพราะ นายวีระพงษ์ ซึ่งทำงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และธนาคารแห่งประเทศไทยในเวลาเดียวกัน มีอำนาจจะประเมิน และโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของแบงก์ชาติได้ ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับแก้ไขปี 2551
สอดรับการที่รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย 2 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีบทบาทสำคัญต่อการลงมติกำหนดดอกเบี้ยนโยบาย และกำลังจะเกษียณอายุราชการ และมี 1 คน ที่กระทรวงการคลัง อาจโยกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก แทนคนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการ ปีนี้ (55)
ขณะที่ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้สึกกดดันต่อการทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพระบบการเงินประเทศ กับความขัดแย้งทางความเห็นกับประธานบอร์ดแบงก์ชาติที่เกิดขึ้น แต่ท่าทีนี้อาจพอจะส่งสัญญาณความไม่สบายใจอยู่บ้าง
นายประสาร กล่าวอีกว่า การเสนอชื่อรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ในกระบวนการพิจารณา ส่วนปัญหาการเมืองอาจแทรกแซงการทำงาน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ต้องมีเหตุผลและกฎหมายบรรเทาปัญหาได้
แต่นักการเงินบางราย ไม่เห็นด้วยทั้งหมด เพราะการเมืองเข้าแทรกแซงผ่านช่องทางกฎหมายถูกต้อง และแม้ อาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะ นายวีระพงษ์ เหลืออายุทำงานในแบงก์ชาติเพียง 1 ปี แต่ครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณเตรียมรุกคืบที่น่าเป็นห่วง อาจกระทบความเชื่อมั่นของแบงก์ชาติ ในฐานะสถาบันรักษาวินัยและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จนเป็นที่ยอมรับจากนานาธนาคารกลางทั่วโลก
