ธปท. ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เหลือ 2.75% รักษาแรงส่งจากการใช้จ่ายในประเทศ
พชรพจน์ นันทรามาศ และ ธนกร ลิ้มวิทย์ธราดล ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้เหนือความคาดหมายของตลาด ถึงแม้ว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยมากกว่าที่หลายฝ่ายประมาณการไว้เดิม แต่การใช้จ่ายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ยังขยายตัวได้ดี รวมไปถึงการที่สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังขยายตัวในระดับสูง ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (20 จาก 23 คนใน Bloomberg survey) คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะยังคงไว้ที่ 3.0% ในการประชุมครั้งนี้
ธปท. มองว่าเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงสูง และการใช้จ่ายในประเทศอาจชะลอตัวในระยะต่อไป ธปท. ให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจโลกยังอ่อนแอและมีความไม่แน่นอนสูง ในขณะที่การใช้จ่ายในประเทศอาจจะอ่อนแรงลงตามการใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูหลังน้ำท่วม และนโยบายกระตุ้นจากภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการคืนภาษีรถคันแรกและเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร ที่สิ้นสุดลงในปลายปีนี้ ดังนั้น การลดดอกเบี้ยนโยบายลงจะช่วยรักษาแรงส่งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่อาจจะอ่อนแรงลงในระยะต่อไป
ทั้งนี้ อาจลดความร้อนแรงของเงินทุนไหลเข้า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะส่งผลให้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของไทยกับสหรัฐฯ แคบลง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันจากเงินทุนไหลเข้าจากมาตรการ QE ของสหรัฐฯ ดังนั้น แรงกดดันที่จะทำให้เงินบาทแข็งค่าน่าจะลดลงบ้าง นอกจากนี้ ความกังวลว่าเงินทุนไหลเข้าจะทำให้สภาพคล่องในประเทศเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปก็ลดลงเช่นกัน
น่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก ถึงแม้ว่าโอกาสที่เศรษฐกิจจะหดตัวลงรุนแรงในช่วงที่เหลือของปีนี้และช่วงต้นปี 2013 มีไม่มากนัก แต่เศรษฐกิจอาจต้องการแรงกระตุ้นเพิ่มเติมหากปัจจัยลบจากต่างประเทศ อาทิ ความกังวลเกี่ยวกับภาวะการคลังของสหรัฐฯ ทั้งในเรื่องของ Fiscal Cliff และการที่หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จะชนเพดานการกู้ยืมในเดือนมีนาคม หรือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น
