นักวิชาการห่วงไทยเข้าร่วมทีพีพี ทำให้เสียเปรียบทางเศรษฐกิจ
ในวงเสวนาวิชาการวิเคราะห์ "ทีพีพี" ประเทศไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร รศ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แสดงความกังวลว่า การประกาศเข้าร่วมทีพีพีของรัฐบาลไทย จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะการจดสิทธิบัตรยาที่กำหนดว่า ขั้นตอนการตรวจรักษาโรคและการใช้ยา ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ป่วยต้องจ่าย นอกจากนี้ยังเป็นการผูกขาดการขึ้นทะเบียนยา ทำให้ต้องนำเข้ายาจากต่างประเทศ ขณะที่ผู้ป่วยระดับกลางและล่าง ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัว
ด้านรศ.ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า การเข้าร่วมทีพีพี ต้องทบทวนให้รอบคอบ เพราะจะซ้ำรอยการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่เครือข่ายภาคประชาชนออกมาชุมนุมคัดค้าน จนต้องล้มเลิกไปเมื่อปี 2549 เนื่องจากข้อกำหนดหลายข้อ อยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์สูงสุดของสหรัฐและกลุ่มนายทุน มากกว่าประชาชนส่วนใหญ่
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้เดินหน้าเจรจาความตกลงทีพีพี มาตั้งแต่ปี 2550 จนสามารถรวมสมาชิกได้ 11 ประเทศ และไทยกำลังจะเป็นประเทศที่ 5 ในภูมิภาคอาเซียน ต่อจากบรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม
