จับตา
ปัจจุบันโลกของกีฬามวยสากลสมัครเล่นกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และเป็นประเด็นที่หลายคนมองว่า ไอบ้าที่เป็นผู้ควบคุมกีฬามวยสากลสมัครเล่นทั่วโลกต้องการพัฒนาวงการกีฬาอย่างแท้จริง หรือ หวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ
นับตั้งแต่ชิง กั๊ว วู เป็นประธานสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือไอบ้า เมื่อปี 2007 ตลอดระยะเกือบ 6 ปี มวยสากลสมัครเล่น มีการปรับเปลี่ยนกฎกติกาอย่างมากมาย โดยอ้างจุดยืนว่าจะทำให้ มวยสากลสมัครเล่นเป็นเกมส์ที่ขาวสะอาด
แต่ในทางกลับกันนโยบายจากประธานไอบ้า ไม่ได้ลดปัญหาแต่อย่างใดโดยเฉพาะเรื่องของการตัดสินที่ยังถูกมองว่าค้านสายตาหลายต่อหลายทัวร์นาเมนต์ นอกจากนี้ยังสร้างปัญหาใหม่เมื่อมีแนวคิดขยายเครือข่ายมวยสมัครเล่นให้ก้าวสู่อาชีพ ด้วยการจัดมวย เวิลด์ ซีรี่ส์ ออฟ บ็อกซิ่ง และมวยสมัครเล่นโปรบ็อกซิ่ง ที่มีความคล้ายคลึงกับมวยอาชีพ
บรรดาโปรโมเตอร์ผู้สร้างแชมป์โลก สถาบัน เช่น สมาคมมวยโลก หรือ WBA และสภามวยโลก หรือ WBC พร้อมกับสถาบันอื่นๆ ต่างก็ไม่พอใจ การกระทำครั้งนี้ ในขณะที่แผนการใหม่ของ ชิง กั๊ว วู ได้รับไฟเขียวจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี แบบไม่มีปัญหา
การจัดการแข่งขันรูปแบบใหม่ ไอบ้าใช้กลยุทธ์ด้วยการนำโควต้าโอลิมปิกมาเป็นเครื่องล่อใจ ตั๋วไปโอลิมปิกถึง 250 ใบ กระจายอยู่กับการแข่งขันทั้ง 3 ประเภท เพื่อดึงดูดชาติสมาชิกกว่า 190 ประเทศเข้าร่วมแข่งขัน
ประเภทแรกมวยสากลสมัครเล่นที่แข่งขัน 3 ยก แบ่งเป็น 10 รุ่น รูปแบบนี้มีโควต้าไปโอลิมปิก 150 คน / มวยสมัครเล่นโปรบ็อกซิ่ง หรือ เอพีบี แบบนี้ชก 6 แบ่งเป็น 10 รุ่น โดยให้โควต้า ประเภทนี้ 70 คน ขณะที่เวิล์ดซีรี่ส์ ชก 5 ยก มีโควต้าให้ 30 ที่นั่ง ทำให้ชาติต่างๆปฎิเสธไม่ได้หากต้องการให้นักชกไปโอลิมปิกเกมส์
3 โปรเจ็กของไอบ้าแม้จะบอกกับคนทั้งโลกว่าเป็นการส่งเสริมและพัฒนาโลกของกีฬา แต่ก็มีกระแสคัดค้าน เนื่องจากถูกมองว่าเป็นการดำเนินธุรกิจกีฬาที่หวังเงินจากส่วนแบ่งการตลาดของมวยอาชีพโลก
การจัดมวยแต่ละรายการต้องใช้เงินมาก ขณะที่ไอบ้าย่อมได้ส่วนแบ่ง เช่นเดียวกับเวิล์ด ซีรี่ส์ ซึ่งสมาคมมวยต้องใช้เงินกว่า 10 ล้านบาทในการร่วมแข่งขัน
ชาติสมาชิกต่างๆ กำลังเตรียมส่งนักชกเข้าร่วมรายการหลัก คือ มวยสากลสมัครเล่นแบบเดิม ขณะที่มวยสมัครเล่นโปรบ็อกซิ่ง ไอบ้ากำหนดคุณสมบัตินักมวยไว้ชัดเจน คือ ต้องผ่านเวทีโอลิมปิกมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้งจึงจะได้สิทธิ์
ส่วนเวิล์ดซีรี่ส์จะให้สิทธิ์เพียง 12 ทีม ซึ่งมีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ข้อจำกัดของรายการนี้ไม่เปิดกว้างสำหรับนักมวยทั่วโลก ทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องความเสมอภาคซึ่งตรงข้ามกับนโยบายสร้างความเสมอภาคของไอบ้า และต้องการให้การแข่งขันขาวสะอาดในวงการมวยสากลสมัครเล่น
