
" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news20052013/170623-imagepng-250537.png
จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับภาวะสังคมผู้สูงอายุ สาเหตุมาจากหลาย ปัจจัยไม่ว่าจะเป็นนโยบาย "บุตรหนึ่งคนต่อหนึ่งครอบครัว" หรือ "One Child Policy" ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้คนอายุยืนยาวขึ้น จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นกลายเป็นภาระที่รัฐบาลจีนต้องแบกรับ รวมถึงต้องดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง แต่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลเหอเป่ย มีการทำโครงการต้นแบบที่ให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านดูแลซึ่งกันและกัน พบว่า เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณของรัฐได้มหาศาล
โครงการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2551 ในหมู่บ้านเฟยเซียง เมืองฮันตัน มณฑลเหอเป่ยซึ่งมีประชากรราว 1,500 คน หมู่บ้านนี้เหมือนหมู่บ้านในชนบททั่วไป ที่คนหนุ่มสาวเข้าไปหางานทำในเมือง หมู่บ้านจึงมีแต่เด็กและผู้สูงอายุ
นายเชียนทุนบอกว่า สาเหตุที่ริเริ่มโครงการนี้ เพราะผู้สูงอายุที่ถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังจะรู้สึกว้าเหว่และไม่มีความสุข ดังนั้นเลยคิดทำโครงการนี้ เพราะการจัดที่ให้ผู้สูงอายุมาอยู่รวมกัน ให้ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน น่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่าต่างคนต่างอยู่
ความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้รัฐบาลกลางของจีนนำโครงการนี้เป็นต้นแบบไปใช้กับหมู่บ้านชนบททั่วประเทศ ซึ่งพบว่า การให้ผู้สูงอายุในชุมชนดูแลกันเอง เสียค่าใช้จ่ายเพียง 1 ใน 6 ของค่าจ้าง ในการจ้างเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์มาดูแลผู้สูงอายุ
มีการประเมินว่าภายในปี 2571 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า ประชากรจีนที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนสูงร้อยละ 30 ของประชากรทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 14.3 ซึ่งงบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุจะกลายเป็นภาระก้อนใหญ่ของรัฐบาลจีน ดังนั้น จึงจำเป็นที่รัฐจะต้องมองว่าวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการดูแลผู้สูงอายุ และจะต้องเป็นวิธีที่ประหยัดด้วย