คนเอสเอ็มอีให้คะแนนผลงานเศรษฐกิจของรัฐบาล "แค่พอผ่าน" จี้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ

เศรษฐกิจ
09:45
จำนวนผู้ชม 52
Thai PBS
 คนเอสเอ็มอีให้คะแนนผลงานเศรษฐกิจของรัฐบาล "แค่พอผ่าน"  จี้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ

ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPURC) เปิดเผยผลการสำรวจทัศนคติของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำนวน 504 ราย เกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังและผลการทำงานของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ทำการสำรวจในระหว่างวันที่ 5 - 22 พฤษภาคม 2556

โดยสอบถามถึงการคาดการณ์สภาพเศรษฐกิจไทยในภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลังเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก 12.8% คาดว่า จะดีขึ้นกว่าเดิม 45.6% ใกล้เคียงกัน 36.3% แย่ลงกว่าเดิม และอีก 5.3% ไม่แน่ใจ สำหรับการคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังโดยเฉลี่ยแล้วเท่ากับ 6.2%

สำหรับการประเมินการทำงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลซึ่งมีคะแนนเต็มเท่ากับ 10 คะแนน พบว่า โดยภาพรวมแล้วได้ 5.1 คะแนน การทำงานด้านการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้นได้คะแนนมากที่สุด ได้ 6.8 คะแนน
อันดับสอง คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ได้ 6.4 คะแนน
อันดับสาม การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในประเทศ ได้ 5.9 คะแนน
อันดับสี่ การเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ได้ 5.1 คะแนน
อันดับห้า การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ได้ 4.8 คะแนน
อันดับหก การควบคุมต้นทุนการผลิต/ต้นทุนในการทำธุรกิจ ได้ 4.5 คะแนน
อันดับเจ็ด การใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ 4.3 คะแนน
สำหรับอันดับแปดมีสองด้าน คือ การใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างโปร่งใส และการควบคุมค่าครองชีพของประชาชน ได้ 4.1 คะแนนเท่ากัน
เมื่อสอบถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่อยากจะให้รัฐบาลแก้ไข 35.1% ระบุว่า ค่าครองชีพ 30.8% ต้นทุนการผลิต/ต้นทุนการธุรกิจ 17.6% ช่วยหาตลาดเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท 9.7% การคอร์รัปชั่น 5.6% นโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจน และอีก 1.2% เป็นปัญหาอื่นๆ เช่น การเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำโดยรัฐเป็นผู้ค้ำประกัน สถานที่สำหรับทำธุรกิจ/ทำการผลิต การฝึกอบรมบุคลากร เป็นต้น
ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย กล่าวว่า ความเห็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม การที่คะแนนด้านเศรษฐกิจในภาพรวมได้แค่ 5.1 คะแนน จัดว่าทำได้แค่พอผ่าน นี่คือสัญญาณเตือนรัฐบาลว่า จะต้องจัดลำดับความสำคัญในการทำงาน ทุ่มเทกับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจให้จริงจังและเป็นระบบมากกว่านี้ โดยเฉพาะปัญหาด้านค่าครองชีพและต้นทุน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนและใกล้ตัวประชาชนและนักธุรกิจมากที่สุดในขณะนี้