ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การคนขับรถ
หลังตำรวจควบคุมนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถยนต์ของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร มาสอบปากคำเกี่ยวกับเบาะแสการหายตัวไปของนายเอกยุทธ ซึ่งอ้างว่า ได้ขับรถยนต์พานายเอกยุทธไปสถานที่หลายแห่ง ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.2556 ตั้งแต่ บริษัทที่ย่านทาวน์อินทาวน์ บ้านพักของญาตินายสันติภาพที่ย่านลาดกระบัง สนามบินสุวรรณภูมิ และที่เพชรบุรี
พร้อมยืนยันว่า ก่อนที่นายเอกยุทธจะลงจากรถยนต์ที่บริเวณถนนบายพาสก่อนถึงแยกปราณบุรี ได้โทรศัพท์ติดต่อกับบุคคลคนหนึ่ง ให้มารับที่จุดดังกล่าว ซึ่งนายสันติภาพไม่สามารถจดจำทะเบียนรถยนต์และรูปพรรณสัณฐานของคนขับได้ แต่ได้ยินนายเอกยุทธพูดว่า ให้บุคคลปลายสายให้ไปรอรับที่พม่า จากนั้นนายเอกยุทธได้สั่งให้นายสันติภาพหลบไปอยู่ที่อื่นสักพัก แล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง เมื่อนายเอกยุทธกลับมาแล้ว
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายสันติภาพ โดยขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับนายสันติภาพแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจจะยังคงให้ชุดเฉพาะกิจติดตามหาตัว พร้อมแกะรอยตามเส้นทางที่นายสันติภาพให้การไว้
ขณะที่พี่สาวนายเอกยุทธ ระบุว่า คำพูดของนายสันติภาพมีเงื่อนงำน่าสงสัย เพราะปกตินายเอกยุทธไม่เคยหายตัวไปในลักษณะนี้
ด้านเจ้าของร้านครัวกระแต ย่านประดิพัทธ์ ซึ่งเป็นจุดที่ปรากฎภาพนายเอกยุทธในภาพวงจรปิดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2556 โดยระบุข้อสงสัยเกี่ยวกับนายสันติภาพที่มีพฤติกรรมผิดสังเกตหลายอย่าง ทั้งการคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา การจอดรถยนต์ที่ไม่ตรงจุดที่เคยจอดประจำ
ขณะเดียวกันตำรวจตระเวนชายแดนที่ 434 พร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบภูธรจังหวัดพัทลุง และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ออกติดตามตัวนายพระกาน สงขาว และนายเชาวลิต วุ่นชุม ชาวอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง หลังสืบทราบว่าทั้ง 2 เป็นผู้คอยให้การช่วยเหลือนายสันติภาพ พร้อมยืนยันยังไม่พบนายเอกยุทธตามกระแสข่าวลือแต่อย่างใด
ส่วนร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของนายเอกยุทธ และไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง โดยมั่นใจว่าคดีนี้เป็นการฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์ ซึ่งมีเงินจำนวน 5 ล้านบาท เป็นมูลเหตุ โดยเบื้องต้นสงสัยคนขับรถเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากคำให้การผิดปกติไม่น่าเชื่อถือ
