หลายฝ่ายเห็นตรงกัน เหตุระเบิด ซ.รามคำแหง 43/1 ไม่โยงใต้
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยถึงกรณีการควบคุมตัว นายอิดริส สะตาปอ ผู้ต้องสงสัยในคดีวางระเบิดบริเวณปากซอยรามคำแหง 43 /1 ว่า นายอิดริส ถูกควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตามกฎหมายมีอำนาจควบคุมตัวไว้ได้ 30 วัน โดยระหว่างนี้เจ้าหน้าที่กำลังซักถามอยู่
ส่วนการที่ นายอิดริส อ้างว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุวางระเบิดสนามบิน จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และทำคดีตามหลักฐานต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ใด้มา ถ้าหากมุ่งทำคดีตามคำกล่าวอ้างของผู้ต้องสงสัยอาจจะทำให้หลงประเด็นได้ เบื้องต้น ตรวจสอบพบว่า นายอิดริสไม่มีประวัติในโครงข่ายผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้
ทั้งนี้โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า จนถึงขณะนี้ ตำรวจยังไม่ทราบเหตุจูงใจที่แน่ชัดในการก่อเหตุ สำหรับที่พักใน กทม.ที่ผู้ต้องสงสัยเดินทางมาพักช่วงเกิดเหตุนั้น ขณะนี้ทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้จัดทีมให้ลงไปตรวจสอบว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีการพักอาศัยที่ไหน และพักอาศัยกับใครบ้าง
ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวว่า กรณีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนอยู่แล้ว ว่าอาจจะเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบ และพยายามขยายผลว่ามีใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง เพื่อให้ได้องค์ประกอบครบถ้วนนอกจากนี้
ส่วนการการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น โดยเสนอให้มีการลดการก่อเหตุในเดือนรอมฎอนนั้น จะต้องรอดูสถานการณ์ในเดือนรอมฎอน ซึ่งมีการตกลงในหลักการ แต่ในส่วนของวิธีการและรูปแบบยังไม่ได้รับข้อมูลจากกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ยอมรับว่าเกิดจากหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องในลักษณะภัยแทรกซ้อน จึงต้องรอดูต่อไปว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไรและกลุ่มใด
ส่วนการลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ที่ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก และได้พบปะและร่วมประชุมร่วมกับผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลารวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบสถานการณ์ รวมทั้งผลการปฏิบัติทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ โดยเฉพาะงานด้านมวลชนสัมพันธ์ รวมทั้งเร่งรัด งาน 6 กลุ่มงาน ซึ่งเป็นนโยบายหนึ่ง ในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึง กรณีผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดที่ปากซอยรามคำแหง 43/1 ด้วยว่า อยากให้แยกกันให้ออกว่า การที่ผู้ก่อเหตุเป็นคนภาคใต้ ไม่ได้หมายความว่า ต้องเกี่ยวพันกับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งคนที่จะก่อเหตุเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องมาจากชายแดนภาคใต้ มาจากจังหวัดอื่นก็สามารถก่อเหตุได้
ส่วนกรณีที่คณะพูดคุยเพื่อสันติภาพขอให้บีอาร์เอ็นหยุดก่อเหตุในช่วงเดือนรอมฎอน ถือเป็นข้อเสนอที่ต่างฝ่ายต่างรับกันไปปฎิบัติ แต่การพูดคุยยังไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น และช่วงเดือนรอมฎอนยังไม่มาถึง ซึ่งเมื่อถึงเวลา ต้องดูว่า บีอาร์เอ็นสามารถปฏิบัติได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ค่อยไปหารือกันครั้งต่อไป ถือเป็นการทดลอง สิ่งสำคัญ คือต้องเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังตัวเอง
ด้านพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาภาคใต้รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และรับฟังข้อเสนอแนะของทุกหน่วยงาน ซึ่งในวันที่ 20 มิถุนายน เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อกำชับการทำงานในพื้นที่ภาคใต้
