ป.ป.ช.ยังไม่สรุปโครงการรับจำนำข้าว
ความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ รวม 4 สำนวน ขณะนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากยังได้รับแคชเชียร์เช็ค 1,744 ฉบับ จาก 6 ธนาคารไม่ครบถ้วน มีเพียง 3 ธนาคารที่ส่งมาให้แล้ว ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย แบงค์ ออฟ ไชน่า และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ส่วนธนาคารกรุงเทพ และกสิกรไทย ประสานมาว่าจะส่งเช็คมาให้ตรวจสอบ ภายในเดือนกันยายนนี้ สำหรับจำนวนเช็ค ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายในโครงการนี้ มีมูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะอนุฯ กรรมการไต่สวน ป.ป.ช.เตรียมเชิญเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับกระบวนการรับจำนำข้าว และเชิญองค์การคลังสินค้า หรือ อคส.ชี้แจง กรณีการส่งข้าวไป มณฑลไหหลำ ประเทศจีน โดยนายกล้านรงค์ จันทิก โฆษก ป.ป.ช. ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่สามารถสรุปการสอบสวนได้ ขึ้นอยู่กับสอบปากคำทั้งพยานบุคคล และเอกสารว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
ขณะที่ผลการตรวจสอบโครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 300,000 ล้านบาท คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ยังสรุปคดีไม่ได้ เนื่องจากมีสำนวนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ส่งมาเพิ่มเติมวันนี้
นอกจากนี้ ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติ 5 ต่อ 4 เสียง ชี้มูลความผิดทางอาญา และความผิดทางวินัย นายมนตรี เจนวิทย์การ อดีตเลขาธิการ องค์การเพื่อการปฏิรูป ระบบสถาบันการเงิน หรือ ปรส.ละเว้นการทำตามกฎระเบียบ กรณีการขายสินทรัพย์กลุ่มสินเชื่อพาณิชย์ และสินเชื่ออื่นๆ จำหน่ายให้กองทุนเอเชีย รีคอฟเวอร์รี่ ของบริษัท เกียรตินาคิน โดยไม่ต้องชำระภาษี
นอกจากนี้ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่จับตาการโยกย้ายทรัพย์สินของ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม รวมทั้งภรรยา และคนใกล้ชิดเพิ่มเติม หลังจากสั่งอายัดทรัพย์ไปแล้วรวม 4 รอบ กว่า 65 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากพบว่าขณะนี้มีพฤติกรรมส่อว่าจะเตรียมการโยกย้ายทรัพย์สิน และหากพบว่ามีการโยกย้าย ก็จะสั่งอายัดเพิ่มทันที
ส่วนคดีการจัดประมูลคลื่นความถี่ 3 จี ไม่โปร่งใส ทาง ป.ป.ช. คาดว่า จะสรุปคดีได้ภายในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากได้แจ้งข้อกล่าวหากับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม จำนวน 5 คน และทั้ง 5 คน ได้มาชี้แจงข้อกล่าวหาเสร็จสิ้นแล้ว
วันนี้ (27 ส.ค.) คณะกรรมการ ป.ป.ช.แถลงผลงานครบรอบ 8 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2556 พบว่ามีคดีค้างการพิจารณากว่า 8,000 คดี โดยยืนยันว่าจะเร่งพิจารณาเข้าสู่กระบวนการภายใน 1 ปี นับจากนี้ ส่วนสาเหตุที่พิจารณาคดีล่าช้า เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร
