
ก.เกษตรฯ เตรียมเสนอครม. 4 แนวทางแก้ราคายาง-ขอผู้ชุมนุมไม่ปิดถนน 3 ก.ย.นี้
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาแนวทางแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ 4 มาตรการ ทั้งจ่ายเงินตรง เพื่อลดต้นทุนการผลิต เงินอุดหนุน และเงินเสริมสภาพคล่อง พร้อมเจรจาข้อเรียกร้องจากชาวสวนยางพาราเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ชุมนุมปิดเส้นทางสัญจร ในวันที่ 3 กันยายน นี้
ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงปัญหาราคายางพาราตกต่ำว่า ผลผลิตยางพาราโลก สูงกว่าปริมาณความต้องการใช้ ประกอบกับ ภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว ตลอด 2 ปีกระทบต่อการส่งออกและราคายางพารา แม้ไทยจะผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลก แต่ไม่สามารถกำหนดราคาในตลาดได้ เพราะ การรวมกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพารายังอ่อนแอ ทำให้ราคายางพาราตกต่ำต่อเนื่อง
แต่จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ ตลอดจน การหารือกับตัวแทนผู้ชุมนุมชาวสวนยางพารา ได้ข้อสรุป 4 แนวทางหลัก ได้แก่ ยกเว้นการเก็บเงินอุดหนุนราคายางพาราเพื่อการส่งออก หรือ ค่าเซส 4 เดือน จ่ายเงินชดเชย กรณีโค่นต้นยางพาราที่มีอายุ เกินกว่า 25 ปี โดยหากปลูกทดแทนใหม่ จะได้รับเงินไร่ละ 16,000 บาท หากปลูกปาล์มน้ำมันทดแทนจะได้ ไร่ละ 20,000 บาท และพิจารณาจ่ายเงินตรงให้กับเกษตรกรรายย่อย ที่มีพื้นที่ปลูกไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ไร่ละ 1,260 บาท โดยเกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. ตลอดจน วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องให้อุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา รวมวงเงิน 8,700 ล้านบาท
ขณะที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผลจากมติดังกล่าว สร้างความพอใจในระดับหนึ่ง และรับปากจะไม่ปิดเส้นทางสัญจร ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ยกเว้น กลุ่มชาวสวนยางภาคใต้บางส่วนเท่านั้น ที่ยืนกรานให้รัฐบาล แทรกแซงราคากิโลกรัมละ 120 บาท จึงขอให้ กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าว เข้ามาเจรจาเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
นอกจากนี้ ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ยังรวบรวมแนวทางการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศ ทั้งการใช้น้ำยางผสมสำหรับทำถนน ตลอดจน การใช้ยางพาราในอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังคณะรัฐมนตรี เห็นชอบส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานสะอาด หรือ อีโคคาร์ เฟส 2 จำนวนไม่ต่ำกว่า 500,000 คัน ซึ่งช่วยดูดซับปริมาณยางพาราออกจากตลาดมากขึ้น