ประธานสภาการยางฯแนะแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพารา

เศรษฐกิจ
15:01
จำนวนผู้ชม 157
Thai PBS
ประธานสภาการยางฯแนะแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพารา

ประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทยเสนอแนะว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาราคายางพาราในระยะยาว โดยเน้นลดต้นทุน เนื่องจากต้นทุนการปลูกยางของไทยสูงกว่าคู่แข่งมาก รวมทั้งเร่งรัดผลักดันการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากยางพารา

มาตรการหลักของรัฐบาลที่ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากราคายางตกต่ำขณะนี้ คืออุดหนุนเงินช่วยเหลือค่าปุ๋ยให้ชาวสวนยางไร่ละ 1,260 บาท ไม่เกินรายละ 10 ไร่ ซึ่งเกษตรกรจะได้เงินทันที 12,600 บาท รวมถึงการยกเลิกเก็บเงินสงเคราะห์ยาง หรือ เงินเซส ซึ่งเรียกเก็บจากการส่งออกยางพาราเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เนื่องจากประเทศคู่แข่ง เช่น อินโดนีเซีย, เวียดนาม ไม่ได้เก็บเงินในส่วนนี้

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางแห่งประเทศไทย เห็นว่าแนวทางช่วยเหลือทั้ง 2 แนวทาง พอจะบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้บ้าง เนื่องจากขณะนี้มีปริมาณยางออกสู่ตลาดมาก แต่การอุดหนุนเงินช่วยเหลือราคาปุ๋ยจะเป็นประโยชน์กับเกษตรกรในภาคเหนือ อีสาน และตะวันออก ซึ่งปิดกรีดยางเดือนมกราคม

ขณะที่ภาคใต้จะปิดกรีดยางเดือนเมษายน ระยะเวลาทำยางจึงมากกว่า มีผลให้เกษตรกรภาคใต้อาจไม่พอใจกับข้อเสนอนี้ นอกจากมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้าแล้ว สิ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดัน คือการโค่นต้นยางเก่า เพื่อลดปริมาณยางในการรักษาเสถียรภาพราคา พร้อมส่งเสริมให้ปลูกปาล์มน้ำมันทดแทน

ขณะที่นายอุทัยเห็นว่าสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวขณะนี้ ชาวสวนยางไม่กล้าเสี่ยงที่จะโค่นต้นยางทิ้ง เพราะยังสามารถสร้างรายได้ ทำให้เป้าหมายโค่นยางพาราจำนวน 400,000 ไร่ของรัฐบาล ขณะนี้ทำได้เพียง 200,000 ไร่ เพราะชาวสวนยางยังไม่มีแรงจูงใจพอที่จะโค่นต้นยางเก่าทิ้ง

นอกจากนี้ ยังไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลสนับสนุนโค่นต้นยาง และหันไปปลูกปาล์มแทน เพราะเป็นการใช้เงินจากเงินกองทุนที่เก็บการยางพารา แต่ไปสนับสนุนพืชชนิดอื่น แทนที่รัฐบาลจะอุดหนุนเงินในส่วนนี้เอง

ประธานสภาการยางแห่งประเทศไทยระบุด้วยว่ารัฐบาลควรแก้ไขปัญหาราคายางในระยะยาว โดยเน้นการลดต้นทุน ซึ่งรวมถึงการลดเก็บเงินเซส เพื่อให้ต้นทุนของการผลิตยางพาราของไทยลดลง จากปัจจุบันที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก พร้อมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปยางเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยครึ่งปีแรกนี้จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพาราสามารถส่งออกทำรายได้ใกล้เคียงกับการส่งออกน้ำยางดิบ ทั้งที่ปริมาณการส่งออกน้อยกว่า