แนะรัฐทบทวนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท

เศรษฐกิจ
14:15
จำนวนผู้ชม 78
Thai PBS
แนะรัฐทบทวนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท

การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการคมนาคมขนส่งของประเทศ ทั้งนักวิชาการและเอกชนบางส่วน เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว แต่สิ่งที่สำคัญ คือ รัฐบาลต้องกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและไม่ก่อให้เกิดผลต่อภาระการคลังของประเทศ

การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการคมนาคมขนส่งของประเทศ ทั้งนักวิชาการและเอกชนบางส่วน เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว แต่สิ่งที่สำคัญ คือ รัฐบาลต้องกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่สามารถหวังผลทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นได้ และอาจก่อให้เกิดผลต่อภาระการคลัง แทนที่จะเกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการคมนาคมขนส่งของประเทศ ถือได้ว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศและลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงร้อยละ 2 จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 15
รัฐบาลยืนยันว่า การลงทุนในโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าเพราะเม็ดเงินลงทุนเฉลี่ยปีละ 3 - 3.5 แสนล้านบาทเป็นเวลา 7 ปี จะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตร้อยละ 1 ต่อปี หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านไทยขาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ นับตั้งแต่การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ขีดความสามารถการแข่งขันไทยลดลง
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่าหากตัดประเด็นเกี่ยวกับหนี้สาธารณะและปัจจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเด็นว่าการออกพระราชบัญญัตินี้ขัดรัฐธรรมนูญ การลงทุนครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว แต่หากเร่งรีบเกินไปและขาดรายละเอียดที่ชัดเจน อาจเกิดความไม่คุ้มค่าตามที่รัฐบาลคาดหวัง
ขณะ นายวิรไท สันติประภพ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือทีดีอาร์ไอ ระบุว่า รัฐบาลควรกำหนดยุทธศาสตร์การลงทุนให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าเพื่อไม่ให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นเกินไป
ภาคเอกชนและนักวิชาการเห็นตรงกันว่าหากรัฐบาลยังมีโอกาสที่จะทบทวนโครงการ ควรที่จะจัดลำดับความสำคัญของโครงการเร่งด่วน และอาจตัดบางโครงการที่ไม่จำเป็นออก ตามที่มีหลายฝ่ายท้วงติง เพื่อไม่ให้กระทบภาระการคลังของประเทศในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง