" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news30092013/198630-imagejpeg-296439.jpg
แม้จะมีความเคลื่อนไหวของ กลุ่ม 40 ส.ว. และ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย รวมถึงเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ชะลอการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มา ส.ว.ซึ่งผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย แต่มีคำยืนยันแล้วว่า หลังจากนี้ รัฐบาลจะดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะไม่พิจารณาข้อทักท้วงดังกล่าว
กรณีนี้ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรี จะนำร่างแก้ไขรัธรรมนูญ ว่าด้วยที่มา ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฯ เป็นสิ่งที่เป็นไปตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ส่วนการที่ที่ฝ่ายค้าน ระบุว่า สามารถยืดระยะเวลาออกไปได้มากกว่า 20 วัน เป็นการพูดเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่พระราชบัญญัติ
ขณะที่ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวตสอบรายละเอียด โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี คาดว่า จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฯได้ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้
ส่วนนายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้หารือ ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องการแก้ รัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. โดยคาดว่า ในสัปดาห์นี้จะหารือว่า จะดำเนินการต่อสู้คดีอย่างไร แต่ส่วนตัวเห็นว่า ควรให้ประธานรัฐสภาทำหนังสือส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพียงคนเดียว เพื่อยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณา เพราะเป็นการทำคนละหน้าที่กัน
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ควรชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะหากศาลเห็นว่า จะไม่เสร็จตามกำหนด ศาลก็อาจจะออกคำสั่งในทางใดทางหนึ่งออกมารองรับ
แต่หากรัฐบาลเร่งรัดแล้วเกิดปัญหากับคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของศาลในภายหลัง ก็อาจจะเกิดปัญหาที่ไม่สมควรจะเกิด ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้รอคำสั่งของศาลก่อน นอกจากนี้ยังมีการยื่นเรื่องตามกฎหมายมาตรา 154 ด้วย ดังนั้นการจะทำอะไรก็ตาม นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาและ นายกรัฐมนตรีก็ต้องระมัดระวังให้มาก
