ภาครัฐเชื่อการเมืองกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
ช่วงที่ผ่านมากำลังซื้อซบเซาค่อนข้างมาก ความหวังเศรษฐกิจไทยปีนี้ (56) จึงอยู่ที่ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่การจับจ่ายใช้สอยคึกคัก เพราะมีหลายเทศกาลรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส ปีใหม่ รวมไปถึงตรุษจีน แต่ความขัดแย้งทางการเมืองใน ขณะนี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยอมรับว่า จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจบ้าง
ช่วงที่ผ่านมากำลังซื้อซบเซาค่อนข้างมาก ความหวังเศรษฐกิจไทยปีนี้ (56) จึงอยู่ที่ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่การจับจ่ายใช้สอยคึกคัก เพราะมีหลายเทศกาลรออยู่ ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาส ปีใหม่ รวมไปถึงตรุษจีน แต่ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยอมรับว่า จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจบ้าง
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า ระดับของความเสียหายทางเศรษฐกิจไม่น่าจะรุนแรง และนักลงทุนต่างชาติยังมีความเชื่อมั่น
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ (56) ขณะที่ผู้ประกอบการในย่านราชประสงค์ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจและมีกำลังซื้อส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ บอกว่า ยังไม่สามารถประเมินผลจากปัญหาการเมืองได้ แต่ก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้นักท่องเที่ยวหายไป
สื่อต่างชาติ จับตามองเหตุการณ์ชุมนุมคัดค้านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ด้วยเช่นกัน โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก มีการรายว่า เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องมา 7 สัปดาห์ และพันธบัตรรัฐบาลก็มีมูลค่าลดลง ขณะเดียวกัน ก็จะทำให้นักลงทุนต่างชาติดึงเงินทุนออกไป
ในรายงานได้อ้างคำพูดของ นาย โคจิ ฟุกายะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและนักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยน บริษัท หลักทรัพย์ FPG ในโตเกียว ที่ระบุว่า ในภาวะที่ปัจจัยภายนอกอย่างค่าเงินดอลลาร์เป็นบวก ความเสี่ยงด้านการเมืองของไทย จะกลายเป็นเหตุผลสำคัญมากขึ้น ที่ทำให้ต่างชาติระมัดระวังการลงทุนในไทย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวไทย ก็จะได้รับผลกระทบด้วย
เมื่อวานนี้ (11 พ.ย.) ตลาดหุ้นไทย ผันผวนตลอดทั้งวัน โดยแตะจุดสูงสุดของวันที่ 1,408.53 จุด ต่ำสุดที่ 1,379.79 จุด และปิดตลาดไปในช่วงบ่ายที่ 1,405.91 บวกขึ้นมาก 0.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 32,285.22 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิจำนวน 2,848 ล้านบาท
