ก่อนการประชุมหารือระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เพื่อพิจารณาความถูกต้องของญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่เบื้องต้นฝ่ายกฎหมายกำหนดให้ฝ่ายค้านต้องแนบเอกสาร และรายละเอียดของข้อกล่าวหา พร้อมการเสนอญัตติด้วย
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล แถลงย้ำความจำเป็นที่ฝ่ายค้านต้องยื่นสำเนาถอดถอน เพื่อให้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่สมบูรณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานที่เตรียมไว้ในการอภิปราย โดยอ้างข้อปฏิบัติและธรรมเนียมในอดีตที่เคยปฏิบัติกันมา แต่หากฝ่ายค้านไม่ได้ดำเนินการ ขั้นต่อนต่อไปอยู่ที่ประธานจะวินิจฉัยว่า จะบรรจุวาระให้มีการอภิปรายหรือไม่ พร้อมย้ำเงื่อนไขดังกล่าวเป็นไปเหมือนปี 2555 ที่ฝ่ายค้านก็ได้ยื่นสำเนาถอดถอน ก่อนการอภิปรายไว้ด้วย
ก่อนหน้านี้ นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังคงมั่นใจญัตติการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคลถูกต้องและครบถ้วนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ
ส่วนความเคลื่อนไหวการยื่นถอดถอนส.ส. วันนี้ (18 พ.ย.) ผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชน นิสิต นักศึกษา4 สถาบัน และชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย นำรายชื่อประชาชนจำนวน 23,000 รายชื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอน ส.ส. 310 คนที่ลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขณะที่ประธานวุุฒิสภา รับรายชื่อและระบุว่าจะตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อทั้งหมด ก่อนดำเนินการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ถอดถอนตามขั้นตอนต่อไป
ประธานวุฒิสภากล่าวถึง กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคำร้องแก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.ว่าเป็นดุลยพินิจของศาล ที่จะเป็นผู้วินิจฉัย และเชื่อว่าศาลจะใช้หลักตามข้อกฎหมายในการพิจารณา โดยส่วนตัวไม่ขอก้าวล่วง แต่ยังยืนยันจุดยืนเดิม ตามที่ได้ร่วมลงชื่อไม่ยอมรับอำนาจศาล แม้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ เพราะไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วย
