บทบาทของภาคประชาสังคมในการช่วยเหลือน้ำท่วม
สถานการณ์อุทกภัยล่าสุดพบว่ามี 22 จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 79 คนผู้ได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,300,000ครัวเรือน ภาคประชาสังคมถือเป็นภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญ ทั้งในแง่ของความร่วมมือกับภาครัฐ และ การบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะว่าภาครัฐจะต้องสนับสนุนชุมชนให้มีการวางแผนระยะยาวเพื่อรับมือภัยพิบัติ
รายการเวทีสาธารณะ ในชื่อตอน "พิบัติภัยความช่วยเหลือ ภัยพิบัติที่ต้องจัดระบบ" พูดคุยกันถึงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ thaiflood.com ซึ่งเป็นตัวแทนภาคประชาชนในการทำงานร่วมกับ คณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ คชอ.ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น บอกว่า บทบาทสำคัญคือการประสานข้อมูลของภาครัฐ กับเครือข่ายอาสาสมัครที่กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่
ขณะที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้ก่อตั้งศูนย์อาสาสมัครสึนามิ แนะนำว่า อาสาสมัครควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร และการเดินทาง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กลายเป็นภาระสำหรับคนในพื้นที่ประสบภัย ที่สำคัญ ควรประสานความช่วยเหลือกับจุดที่เป็นศูนย์กลางในท้องที่ แทนที่จะมอบสิ่งของให้กับผู้ประสบภัยโดยตรง ซึ่งอาจไม่สะดวกที่จะมารับด้วยตัวเอง
นางปรีดา คงแป้น ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ประสบภัยสึนามิ มองว่า นอกจากการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์เฉพาะหน้า ภาครัฐจะต้องวางแผนฟื้นฟูและสนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตัวเองในระยะยาว โดยเฉพาะการจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวังและการให้ความช่วยเหลือในอนาคตเกิดประสิทธิภาพ
โดยสิ่งสำคัญที่สุด คือการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลซึ่งภาครัฐต้องหนุนเสริมความรู้ที่จำเป็นเพื่อให้ชุมชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างดีได้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
-
