เกษตรฯดันมาตรการภาครัฐ ตรึงราคายางไม่ต่ำกว่า 120 บาท/กก. ชี้แนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น
นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมถึงสถานการณ์ราคายางพาราว่า ปัจจุบันราคายางได้ปรับตัวลดลงตามกลไกตลาดโดยยางแผนดิบที่เกษตรกรขายได้ ณ ตลาดกลางยางพาราสงขลา ลดลงจากกิโลกรัมละ 146.30 บาท ของต้นเดือนมิถุนายน 2554 เหลือกิโลกรัมละ 131.49 บาท อย่างไรก็ตาม ภาครัฐ ภาคเอกชนและเกษตรกรต้องประสานความร่วมมือเพื่อพยุงและตรึงราคายางพาราไม่ให้ลดต่ำลง ซึ่งเบื้องต้นคณะอนุกรรมการศึกษาสถานการณ์ยางพาราและมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางได้ประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยขอความร่วมมือผู้ส่งออกในการชะลอจำหน่ายยาง และให้เกษตรกรเก็บยางไว้ก่อน เพื่อผลักดันให้สามารถขายยางได้ในราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 120 บาท
ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ให้สนับสนุนและพิจารณาให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์ผู้ผลิตยางพาราที่มีศักยภาพทั้งยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควัน เพื่อนำเงินมาเป็นทุนหมุนเวียนในการเก็บสต๊อคยาง(Stock Credit) โดยใช้ยางเป็นหลักค้ำประกัน อีกทั้งยังได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐของประเทศผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด(IRCo) ให้มีการขายยางในราคากิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 120 บาทด้วย ซึ่งเป็นอีกช่องหนึ่งที่จะช่วยรักษาและตรึงราคายางไม่ให้ลดลงไปได้
ด้านนายสมจิตต์ ศิขรินมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังกระเตื้องขึ้นและปัญหาเรื่องหนี้ในยุโรปเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับปัจจุบันพื้นที่ภาคใต้มีฝนตกชุกทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ทำให้มีผลผลิตยางธรรมชาติออกสู่ตลาดลดลง ขณะเดียวกันสต๊อกยางของประเทศจีนลดลงอยู่ในระดับต่ำ ประมาณ 13,000 ตัน และมีความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้น จีนจึงได้มีการถามซื้อยางเพิ่มขึ้น แต่ผู้ส่งออกของไทยยังไม่เสนอขายเพราะได้ราคาต่ำ นอกจากนั้นอุตสาหกรรมรถยนต์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะกำลังการผลิตในญี่ปุ่นจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเดือนกรกฎาคมนี้ จึงคาดว่า ราคายางธรรมชาติจะมีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นในเร็วๆ นี้
“ขณะนี้ผลผลิตยางธรรมชาติออกสู่ตลาดลดน้อยลง เนื่องจากมีปริมาณฝนมากในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศ โดยเกษตรกรได้ส่งยางเข้ามาประมูลในตลาดกลางยางพาราสงขลา วันละประมาณ 200-300 ตัน ซึ่งลดลงจากเดิมประมาณ 5 % เมื่อผลผลิตออกมาน้อยทำให้ราคาซื้อขายปรับตัวสูงขึ้น โดยราคายางแผ่นดิบอยู่ที่กิโลกรัมละ ประมาณ 131 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น3 ราคา 135.50 บาท/กิโลกรัม และน้ำยางสด 127.50 บาท /กิโลกรัม ซึ่งราคาใกล้เคียงกับตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ที่มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลงเช่นกัน” นายสมจิตต์ กล่าว
