สผ.สรุป 17 ประเด็นใหญ่ 143 ประเด็นย่อย ตีกลับรายงานสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้ากระบี่

สิ่งแวดล้อม
15:52
จำนวนผู้ชม 2,148
สผ.สรุป 17 ประเด็นใหญ่ 143 ประเด็นย่อย ตีกลับรายงานสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้ากระบี่
เปิด 17 จุดอ่อนโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ต้องทบทวนประเด็นสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เทคโนโลยีโรงไฟฟ้า และการเลือกใช้ถ่านหิน รวม 143 ประเด็นย่อย เลขาสผ.รอฟังความชัดเจนมติครม.ยกเลิกรายงานอีเอชไอเอ พรุ่งนี้( 21ก.พ.)

ภายหลังรัฐบาลประกาศว่าจะเริ่มต้นทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ (ส่วนขยาย) พื้นที่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซึ่งเข้าข่ายโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ

วันนี้ (20 ก.พ.2560)นางรวิวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กรณี ที่รัฐบาลทบทวนการจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ซึ่งจะต้องพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ อีเอชไอเอ ใหม่อีกครั้ง โดยเชื่อว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ดีที่ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนที่เปิดให้มีการพิจารณา ทั้งภาคประชาชนภาครัฐ นักวิชาการ แต่ทั้งนี้คงต้อง รอความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ.) และดูรายละเอียดอีกครั้ง

 

ภาพประกอบข่าว สผ.สรุป 17 ประเด็นใหญ่ 143 ประเด็นย่อย ตีกลับรายงานสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้ากระบี่

 

รอฟังมติ ครม.ยกเลิกรายงานอีเอชไอเอโครงการ

เลขาธิการสผ. กล่าวว่า โรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ จะมีการพิจารณา 2 ส่วน คือ ท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว จะพิจารณา รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ส่วนตัวโรงไฟฟ้าถ่านหินจะพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ อีเอชไอเอ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ได้นำรายงานดังกล่าวกลับไปปรับปรุงตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ และยังไม่ได้มีการส่งรายงานกลับมาตั้งแต่ปี 2558

“ในรายงานสิ่งแวดล้อม ยังมีประเด็น ที่ต้องทำให้ครบถ้วน 17 ข้อใหญ่ และอีก 143 ข้อย่อย ที่คณะกรรมการไตรภาคี มีข้อเสนอให้จัดการรายงานเพิ่มเติม เช่น การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน การใช้พลังงานทางเลือกและด้านสมุทรศาสตร์ เป็นต้น เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเสนอประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับความแตกต่างของการทำอีไอเอ และอีเอชไอเอ จะมีการกำหนดการรับฟังความคิดเห็นไว้จำนวนครั้งต่างกัน ซึ่งอีเอชไอเอ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นไว้ 3 ครั้ง และอีก 1 ครั้งโดยหน่วยงานอนุมัติเป็นผู้จัดทำ ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากร ธรรมชาติและสุขภาพ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง” นางรวีวรรณ กล่าว

 

ภาพประกอบข่าว สผ.สรุป 17 ประเด็นใหญ่ 143 ประเด็นย่อย ตีกลับรายงานสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้ากระบี่

143 ข้อย่อย เปิด 17 จุดอ่อนโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่


ทีมเว็บข่าวออนไลน์ไทยพีบีเอส ตรวจสอบสถานภาพรายงาน “อีเอชไอเอ” โครงการโรงไฟ้า ถ่านหินกระบี่ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. มอบหมายให้บริษัทแอร์เซฟ จำกัด เป็นผู้ศึกษารายงานอีเอชไอเอ และได้นำเสนอต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาโครงการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม (สผ.) ในการประชุมครั้งที่ 5/2558 เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2558


ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วนรวม 17 ประเด็นใหญ่ และ 143 ประเด็นย่อย รวมเอกสารจำนวน 15 หน้า โดย นางปิยนันท์ โศภณคณาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สผ.ได้ส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณารายงานอีเอชไอเอ ไปยังกฟผ.วันที่ 10 มี.ค.2558


เหตุผลสำคัญคือ “ให้โครงการเพิ่มเติมรายละเอียดการศึกษาทางเลือกของโครงการ โดยให้มีหลักเกณฑ์และเหตุผลในการพิจารณาทางเลือกที่ชัดเจน ครอบคลุมการเลือกสถานที่สร้างโรงไฟฟ้า เทคโนโลยีการผลิตกระแสไฟฟ้า

เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินลิกไนต์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะกับถ่านหินซับบิทูมินัส รวมทั้งเพิ่มเติมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อยที่ใช้ถ่านหิน กำลังผลิตรวมตั้งแต่ 100 เมกกะวัตต์ เข้าข่ายโครงการที่ต้องทำรายงานอีเอชไอเอ”

 

ภาพประกอบข่าว สผ.สรุป 17 ประเด็นใหญ่ 143 ประเด็นย่อย ตีกลับรายงานสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้ากระบี่

สำหรับข้อมูล 17 ประเด็นที่ คชก.เสนอให้เพิ่มเติมเนื้อหา ประกอบด้วย


1.บทนำ (7 ประเด็นย่อย)

2.ด้านรายละเอียดโครงการ (19 ประเด็นย่อย)
-การไม่ใช้ระบบหล่อเย็น ,ปริมาณการสูบน้ำจากคลองปกาสัย อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น ผลกระทบต่อระบบนิเวศ
-คุณสมบัติเชื้อเพลิงถ่านหิน และการจัดการ เช่น วิเคราะห์องค์ประกอบของโลหะหนักในถ่านหิน
-เพิ่มเติมมาตรการติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
-การควบคุมฝุ่นจากลานกองหิน

3.ด้านสภาพพื้นที่ปัจจุบัน (3 ประเด็นย่อย)
-เพิ่มเติมรายละเอียดพื้นที่ป่าสมบูรณ์ให้ครบ วิเคราะห์ผลกระทบในรัศมี 5 กม.จากขอบเขตพื้นที่
-ทบทวนชื่อสัตว์
-ตรวจสอบข้อมูลผลกระทบทางด้านเกษตรกรรมใน ต.ปกาสัย

4.ด้านน้ำ (41ประเด็นย่อย)
-น้ำที่ใช้ในระบบหล่อเย็น เช่น แสดงรายละเอียดการออกแบบระบบหล่อเย็นโครงการ
-ปริมาณน้ำที่ใช้ ระบบการบำบัดน้ำเสีย
-เพิ่มเติมวิเคราะห์สารโลหะหนัก
-ประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ การเกษตรกรรม แหล่งน้ำใต้ดิน

5.ด้านทรัพยากรดิน (3 ประเด็นย่อย)
-เพิ่มการวิเคราะห์ปรอท ตะกั่ว โครเมียมในตะกอนดิน

6.การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการท่องเที่ยว (2 ประเด็นย่อย)
-พื้นที่ตั้งโครงการอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามประกาศทส.

7.ด้านการจัดการเถ้า (4 ประเด็นย่อย)

8.ด้านสารเคมี (3 ประเด็นย่อย) 

9.ด้านคุณภาพอากาศ (15 ประเด็นย่อย)
-เครื่องควบคุมก๊าซออกไซต์ของไนโตรเจนจากไอเสีย
-เครื่องควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
-เพิ่มเติมการวิเคราะห์ ปรอทจากถ่านหินซับบิทูมินัส
-อัตราการระบายมลพิษทางอากาศ

10.ด้านเสียง (2ประเด็นย่อย)
-ทบทวนเสียงทั้งในระหว่างการก่อสร้าง มาตรการป้องกัน

11.ด้านคมนาคม (2 ประเด็นย่อย)
-โครงการมีการใช้น้ำมันดีเซลสำรอง ให้เพิ่มประเมินการจราจรการขนส่งน้ำมัน

12.ด้านสุขภาพ (3 ประเด็นย่อย)
-ทบทวนผลกระทบทางด้านสุขภาพที่สอดคล้องความเป็นจริง

13.ด้านเศรษฐกิจ-สังคม (7ประเด็นย่อย)
-ผลสำรวจร้อยละ 31 ไม่เห็นด้วย ไม่แสดงความคิดเห็น ร้อยละ 30 ให้เพิ่มข้อมูลการประชาสัมพันธ์
-เดิมมีการศึกษาพื้นที่รัศมี 0-3 กิโลเมตร และ3-5 กิโลเมตร ให้ปรับปรุงใหม่

14.ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน (2ประเด็นย่อย)
-เพิ่มเติมโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
-เพิ่มปัญหาข้อร้องเรียนจากโครงการโรงไฟฟ้า

15.ด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย

16.ด้านมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (22 ประเด็นย่อย)
-ทบทวนประเภทถ่านหินในโครงการ
- ให้เพิ่มมาตรการลดหรือควบคุมผลกระทบการระบายปรอทจากการระบายจากปล่อง
-ปรับปรุงมาตรการทั้งหมดของโรงไฟฟ้ากระบี่ในปัจจุบัน และโครงการส่วนขยาย
-เพิ่มสถานีตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม
-ผลกระทบทางด้านคุณภาพแหล่งน้ำใต้ดิน


17.อื่นๆ