วันนี้ (15 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลภายหลังถูกฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตและท้วงติงในโครงการ "TH-AI Passport"
โดยยืนยันหนักแน่นว่า รัฐบาลจะยังคงขับเคลื่อนและเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป เนื่องจากประเทศไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเติบโตและก้าวหน้าไปพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับสากล หากประเทศหยุดนิ่งหรือประชาชนเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ ก็จะส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นชาติที่ล้าหลัง และไม่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้
ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและบุคลากรของไทยมีความพร้อมในระดับต้น ๆ ของโลก จึงต้องเร่งกระจายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ ไปสู่ภาคประชาชนเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ
แจงปมล็อกสเปก TOR และความเชื่อมโยงทางการเมือง
สำหรับประเด็นที่ฝ่ายค้านและหลายฝ่ายร่วมกันท้วงติง เกี่ยวกับข้อกำหนดขอบเขตของงาน หรือ TOR ที่ระบุว่าบริษัทผู้ชนะการประมูล อาจมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลในตระกูลชิดชอบนั้น นายกฯ ชี้แจงทำความเข้าใจว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการดำเนินงานทั้งหมดมีปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยมี รมว.ดีอี เป็นผู้กำกับดูแลและรับผิดชอบ
ทางกระทรวงชี้แจงรายละเอียดต่อสาธารณชนไปเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลให้ความสำคัญกับความสุจริต โปร่งใส และถูกต้องตามระเบียบข้าราชการ หากกระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ก็ถือว่าผู้ปฏิบัติงานได้ทำตามหน้าที่ และภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างสมบูรณ์
ประกาศจุดยืนต้านทุจริต ไร้คำว่าผลประโยชน์แอบแฝง
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงความมั่นใจ และหลักประกันความโปร่งใสในโครงการ นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีคำว่า "มีนอกมีใน" หรือการแสวงหาผลประโยชน์แอบแฝงอย่างเด็ดขาด เนื่องจากคณะรัฐมนตรีทุกคน เข้ามาทำงานเพื่อมุ่งหวังประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และไม่ได้ให้ความสนใจต่อผลประโยชน์มิชอบเหล่านั้น ตนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด จึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวต่ออิทธิพลของบุคคลใด ในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน
นายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รัฐบาลรังเกียจการทุจริตในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การซื้อขายตำแหน่ง ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ หรือการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท โดยที่ผ่านมาเด่นชัดจากการสั่งการยึดทรัพย์สิน กลุ่มแก๊งคอลเซนเตอร์และสแกมเมอร์มูลค่ากว่า 40,000 ล้านบาท รวมถึงการจับกุมขยายผลเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
ปฏิเสธทบทวนโครงการ ชี้ AI ต้องตอบสนองฉับไว
ในส่วนของการเรียกร้องให้มีการพูดคุยกับ รมว.ดีอี เพื่อทบทวนเงื่อนไข TOR นั้น นายกฯ มองว่าไม่มีความจำเป็นใด ๆ เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายมีระบบตรวจสอบในตัวเองอยู่แล้ว หากพบความไม่ถูกต้อง โครงการจะล้มเลิกไปตามกลไก แต่หากดำเนินการถูกต้อง โครงการก็ต้องดำเนินต่อเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
ท้ายที่สุด นายกฯ เน้นย้ำถึงความคาดหวังของประชาชน ที่มีต่อระบบปัญญาประดิษฐ์ของไทยว่า AI จะต้องมีความรวดเร็ว และสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างทันท่วงที ไม่ใช่ระบบที่เชื่องช้า เพราะในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจและการทำมาหากิน ประชาชนต้องการข้อมูลที่รวดเร็ว เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคอยนาน
อ่านข่าวอื่น :
อนุทินยัน "เงินกู้ไทยช่วยไทยพลัส" ไม่ผลักภาระให้ ปชช. รัฐบาลจ่ายเอง
ไร้เงาทีมชาติ แฟนบอลแห่เชียร์ "หม่า หนิง" ผู้ตัดสินชาวจีนหนึ่งเดียวศึกบอลโลก
"อนุทิน" เดือดกลางที่ประชุม มท. ปมรองผู้ว่าฯ อ้างย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้










