โลกโซเชียลไม่หยุดดรามา หาสาเหตุ " เมย” นตท. เสียชีวิต

สังคม
17:18
จำนวนผู้ชม 458
โลกโซเชียลไม่หยุดดรามา หาสาเหตุ  " เมย” นตท. เสียชีวิต
สื่อสังคมออนไลน์ยังวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุด และยังคงอยากรู้ว่าการธำรงวินัยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ นตท.ชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตหรือไม่ นำมาซึ่งความคิดเห็นที่หลากหลายจนกลายเป็นเรื่องดรามา

วันนี้ (24 พ.ย.2560) กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล กรณีครอบครัวตัญกาญจน์ คลางแคลงใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุดทางครอบครัวได้อวัยวะที่หายไปคืนจากสถาบันพยาธิวิทยา รพ.พระมงกุฎเกล้า และส่งต่อไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง คาดว่าจากนี้ประมาณ 1 สัปดาห์จะทราบผล

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ยังเข้มข้น ล่าสุดวิจารณ์ถึงท่าโหม่งโลก หรือ ท่าปักหัว ว่าเป็นท่าที่เหมาะสมกับการลงโทษนักเรียนเตรียมทหารหรือไม่ บางส่วนแสดงความเห็นว่าควรยกเลิกเพราะเป็นท่าที่อันตราย ซึ่งแตกต่างจากบรรดาเหล่าอดีตนักเรียนทหาร และทหาร ที่เห็นว่าท่าดังกล่าวเป็นท่าที่ยังใช้ได้ และพวกเขาก็เคยถูกลงโทษด้วยท่าเหล่านี้แทบทั้งสิ้น แม้จะสลบหรือไม่สลบก็ตาม

 

ภาพประกอบข่าว โลกโซเชียลไม่หยุดดรามา หาสาเหตุ
ภาพประกอบข่าว โลกโซเชียลไม่หยุดดรามา หาสาเหตุ

 

เฟซบุ๊กของ Wassana Nanuam นักข่าวสายทหาร โพสต์บทสัมภาษณ์ ครูฝึกทหาร หลักสูตรรบพิเศษ เกี่ยวกับท่าปักหัว โดยตอนหนึ่งระบุว่า “ท่าปักหัวแบบนี้ ฝึกเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของ ลำคอและต้นคอ แต่จะต้องฝึกในท่าในลักษณะที่ถูกต้อง ทั้งการจัดวางร่างกาย การกางขาทั้งสองข้าง เพื่อบาล้านซ์น้ำหนักที่ลงหัว ที่สำคัญจะต้องมี "ครูฝึก" คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด แม้จะเป็นท่าที่ใช้ในการลงโทษ แต่ครูฝึกก็ต้องคอยดู และห้ามไม่ให้ทำนานเกินกว่า 8-10 นาที ไม่เช่นนั้น อาจเกิดอาการเลือดตกหัว อาการมึนได้”

ก่อนหน้านี้หลายคนแสดงความเห็นเกี่ยวกับการธำรงวินัย จนเลยเถิดติติงสถาบันการศึกษาทางทหาร กลุ่มนักเรียนเตรียมทหารต่างโพสต์ข้อความ พร้อมติดแฮชแท็กว่า #เสพข่าวอย่างมีสติ วอนประชาชนอย่าโจมตีสถาบัน ซึ่งความสูญเสียดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ใครอยากให้เกิดขึ้น

 

ภาพประกอบข่าว โลกโซเชียลไม่หยุดดรามา หาสาเหตุ
ภาพประกอบข่าว โลกโซเชียลไม่หยุดดรามา หาสาเหตุ
ภาพประกอบข่าว โลกโซเชียลไม่หยุดดรามา หาสาเหตุ

 

ขณะที่ยังมีความเคลื่อนไหวจาก น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของ เมย ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ "Supicha M Tanyakan" โดยระบุว่า..ขอความกรุณาทุกท่าน อย่าโจมตีชื่อเสียงของโรงเรียนเตรียมทหาร เพราะที่นี่คือสถาบันอันทรงเกียรติ และเป็นสถาบันหลักที่ผลิตกำลังของประเทศ

ส่วน www.change.org  ยังจัดแคมเปญรณรงค์ หัวข้อ "เจ้าหน้าที่และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ “น้องเมย” ต้องลาออก" ผ่านทางโดยตั้งเป้าให้มีผู้ลงชื่อสนับสนุน 25,000 คน เพื่อนำรายชื่อไปร้องเรียนกับกองทัพบก ซึ่งล่าสุดหลังจากเปิดรณรงค์เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งวัน ช่วงเวลา 18.20 น. มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุน 38,671 คน