เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่

สิ่งแวดล้อม
15:57
จำนวนผู้ชม 1,989
เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่
เดินหน้าเต็มสูบกับ แผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หลังผังเมือง EEC มีผลบังคับใช้ 3 จังหวัด เพิ่มพื้นที่สีม่วงรองรับอุตสาหกรรมเต็มที่ ขณะที่เครือข่ายเพื่อนตะวันออก ประกาศจับตาผลกระทบจากผังเมือง เชื่อซ้ำเติมปัญหาสิ่งแวดล้อม และเสี่ยงขยายความขัดแย้ง

สำหรับรัฐบาล การบังคับใช้แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2562 หรือ ผังเมือง EEC เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา น่าจะเป็นการส่งท้ายปี 2562 ที่ทำให้ แผนและโครงการพัฒนาต่าง ๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา – ชลบุรี - ระยอง เดินหน้าได้อย่างเต็มที่

แต่กว่าจะคลอดออกมาได้ ผังเมืองฉบับนี้ก็ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากเครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ และฝ่ายการเมือง ที่ติดตามปัญหานี้

"กัญจน์ ทัตติยกุล" เครือข่ายเพื่อนตะวันออก วาระเปลี่ยนตะวันออก เป็นหนึ่งในตัวแทนประชาชนในพื้นที่ที่ลุกขึ้นมาศึกษาและพยายามส่งเสียงให้รัฐบาลและสังคม เห็นว่า กระบวนการจัดทำผังเมืองฉบับนี้ขาดความชอบธรรม และขัดต่อหลักการที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.EEC ที่การวางแผนใช้ประโยชน์ที่ดินต้องสอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่ (มาตรา 30) อีกทั้ง ยังไม่สามารถตอบคำถามกับสังคมถึง ความโปร่งใสในการจัดทำผังเมืองฉบับนี้

 

ภาพประกอบข่าว เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่

 

ลดพื้นที่เกษตรกรรม เพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรม


กัญจน์ บอกว่า หากพิจารณาในแง่ดี การจัดทำผังเมืองนี้ก็เห็นความพยายามมองภาพรวมโดยเชื่อมโยงพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง แต่อีกด้านหนึ่ง การกำหนดเขตพื้นที่ผังเมืองที่กินอาณาบริเวณกว้างมาก ทำให้ผังเมืองฉบับนี้ไม่สามารถลงรายละเอียดได้ และกลายเป็นข้ออ่อน เพราะเมื่อเทียบกับผังเมืองเดิม กลายเป็นว่า พื้นที่ที่ถูกเปลี่ยนแปลงลดลงมากที่สุด คือ ที่ดินประเภทชนบท เกษตรกรรม (พื้นที่สีเขียว) ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่รองรับการพัฒนาเมือง และอุตสาหกรรม (พื้นที่สีม่วง)

 

ภาพประกอบข่าว เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่

 

ที่ผ่านมา รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ บอกว่า 3 จังหวัด มีพื้นที่อยู่ 8.29 ล้านไร่ ผังเมืองฉบับนี้คงพื้นที่เดิมไว้กว่า ร้อยละ 91 ที่มีการปรับเปลี่ยนไม่ถึงร้อยละ 10 แค่ประมาณร้อยละ 8.29 เท่านั้น โดยแบ่งเป็นพื้นที่เมือง ร้อยละ 3.37 พื้นที่อุตสาหกรรมร้อยละ 1.99 แถมยังเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ อีกร้อยละ 2.93

แต่การใช้ตัวเลข ร้อยละ 1.99 มาสื่อสาร ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะถ้าเปรียบเทียบกับพื้นที่ 3 จังหวัด ทั้งหมด 8.29 ล้านไร่ แสดงว่า มีอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมากถึง 1.6 แสนไร่ ถ้ารวมของเดิมประมาณ 2.6 แสนไร่ ก็เท่ากับว่า ในอนาคต 3 จังหวัดจะมีพื้นที่อุตสาหกรรม รวมกันกว่า 4.2 แสนไร่ หรือ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 64 จากผังเมืองเดิม

ที่ไม่ได้พูดถึง คือ ผังเมืองฉบับนี้ เปลี่ยนจากการกำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีกระจุกตัวเป็นการกระจายตัวไปในหลายพื้นที่ ซึ่งในระยะยาวอาจจะสร้างผลกระทบได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

จับตา "อุตสาหกรรม" รุกคืบที่ดินชุมชม

ที่ดินอีกประเภทหนึ่งที่ นักสิ่งแวดล้อมจากภาคตะวันออก คนนี้ ยืนยันว่า ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ "ชุมชนชนบท" เพราะผังเมือง EEC ที่กำหนดให้เป็นสีเหลืองอ่อน มีพื้นที่ที่ขีดวงไว้มากถึง 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมด (2.07 ล้านไร่ จาก 8.29 ล้านไร่)

 

ภาพประกอบข่าว เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่

 

ประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน และผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปี 2562 ข้อ 14 วรรคแรก กำหนดให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินประเภทนี้เพื่อการอยู่อาศัย เกษตรกรรม สถาบันราชการ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ และกิจการอื่นเท่านั้น

แต่เมื่อดูรายละเอียด จะพบว่า มีข้อห้ามการใช้ประโยชน์ที่ดิน สำหรับ 7 ประเภทอุตสาหกรรมเท่านั้น ได้แก่ การทำเหมืองใต้ดิน เหมืองแร่ตะกั่วและสังกะสี การถลุงแร่ด้วยสารละลายเคมีในชั้นใต้ดิน อุตสาหกรรมผลิตเหล็กขั้นต้น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงงานฝังกลบของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม โรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ก็อาจถูกตีความว่า ไม่เข้าข่ายห้ามดำเนินการ

เมื่อเทียบพื้นที่อุตสาหกรรม ที่ดินประเภทนี้มีราคาไม่สูงมากนัก อนาคต อาจถูกเปลี่ยนมือและถูกนำไปสร้างโรงงาน โดยที่ ชาวบ้าน ไม่รู้ว่า ผังเมืองฉบับนี้เปิดช่องให้สร้างได้

 

พื้นที่อนุรักษ์ เพิ่มจริงหรือ ?

ผังเมือง EEC บอกว่า มีการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์มากกว่าเดิม (1.67 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากผังเมืองเดิมร้อยละ 2.93) พื้นที่อนุรักษ์เพิ่มขึ้นจริง แต่ที่ต่างจากเดิม คือ ผังเมือง EEC อนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานประชิดพื้นที่ริมน้ำ ที่มีความเปราะบางของระบบนิเวศ และเป็นแหล่งผลิตอาหารของชุมชน

 

ภาพประกอบข่าว เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่

 

กัญจน์ ยกตัวอย่าง พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ผังเมืองฉบับนี้ มีข้อห้ามในการทำประโยชน์และห้ามก่อสร้างโรงงาน ระยะ 500 เมตร แต่ก็เปิดช่องให้สร้างโรงงานที่ไม่ใช่สายการผลิต ในระยะ ตั้งแต่ 201 - 500 เมตร ได้ ขณะที่ ผังเมืองเดิม มีข้อห้ามกำหนดก่อสร้างใด ๆ ระยะ 1,000 เมตรจาก แม่น้ำบางปะกง

 

ผังเมือง EEC ความขัดแย้งไม่สิ้นสุด

ความขัดแย้งและความรุนแรง เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ กัญจน์ รู้สึกเป็นห่วง เพราะการเปิดช่องให้อุตสาหกรรมขยายตัวไปในหลายพื้นที่ จะทำให้ ผู้ประกอบการ มีความเสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับ การคัดค้านของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

แทนที่ รัฐบาล จะเร่งขยายอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่มีศักยภาพ กลายเป็นว่า ต้องมาแก้ปัญหาความขัดแย้งแต่ละพื้นที่

 

ภาพประกอบข่าว เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่

 

ภาพประกอบข่าว เปิดข้อกังวลผังเมือง EEC สยายปีกอุตสาหกรรม เต็ม 4.2 แสนไร่


แม้จะมีหลายเรื่องที่ "กัญจน์" รู้สึกเป็นห่วง แต่ก็เชื่อว่า ยังไม่สายเกินไปหากรัฐบาลจะมีการทบทวนผังเมืองฉบับนี้อีกครั้ง หรือ ทำให้ ประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดทำผังเมืองย่อยๆ แต่ละผัง พร้อมไปกับ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายไปจากการพัฒนาอุตสาหกรรม

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง: