ยังวิกฤต! ทั่วโลกป่วย COVID-19 เพิ่มวันเดียวกว่า 1.8 แสนคน

สังคม
12:15
จำนวนผู้ชม 615
ยังวิกฤต! ทั่วโลกป่วย COVID-19 เพิ่มวันเดียวกว่า 1.8 แสนคน
โฆษก ศบค.แถลงสถานการณ์ COVID-19 พบทั่วโลกป่วยเพิ่มวันเดียวกว่า 1.8 แสนคน ป่วยรายวันมากสุดตั้งแต่มีการระบาด ขณะที่ไทยมีผู้ป่วยใหม่ 4 คน พบใน State Quarantine ส่งผลให้ไทยมีผู้ป่วยในประเทศเป็นศูนย์ติดต่อกันเป็นวันที่ 32 แล้ว

วันนี้ (26 มิ.ย.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ COVID19 ระบุว่า ไทยพบผู้ป่วยใหม่ 4 คนใน State Quarantine ทำให้ผู้ติดเชื้อในประเทศยังเป็น 0 คนต่อเนื่องเป็นวันที่ 32 ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 3,162 คน หายป่วยเพิ่ม 2 คน รวม 3,040 คน รักษาใน รพ. 64 คน และเสียชีวิตคงที่ 58 คน

ภาพประกอบข่าว ยังวิกฤต! ทั่วโลกป่วย COVID-19 เพิ่มวันเดียวกว่า 1.8 แสนคน


สำหรับผู้ป่วยใหม่เดินทางมาจากซูดาน 2 คน เป็นหญิงไทยอายุ 22 และ 27 ปี เข้าพักใน State Quarantine จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อวันที่ 24 มิ.ย. คนแรกมีอาการไข้ ส่วนอีกคนจมูกไม่ได้กลิ่นและเจ็บคอ ส่วนอีก 2 คนเดินทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นหญิงไทยอายุ 32 และ 53 ปี อาชีพพนักงานนวด เข้าพักใน State Quarantine กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. โดยไม่มีอาการป่วย

ขณะนี้ผู้ป่วยที่พบใน State Quarantine รวมสะสมแล้ว 225 คน เป็นชาย 177 คน และหญิง 48 คน อายุต่ำสุด 6 ปี มากสุด 77 ปี สัญชาติไทยมากสุด 99.1%

ทั้งนี้ มีการหารือกันเกี่ยวกับการขยายเวลากักตัวสำหรับคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศนั้น มีร้อยละ 85 ที่เข้ามาแล้วสามารถตรวจพบเชื้อได้น้อยกว่า 7 วัน ส่วนอีกร้อยละ 15 พบ 7 วันขึ้นไป และร้อยละ 8 พบตั้งแต่ 11 วันขึ้นไป ดังนั้น 14 วันนับเป็นตัวเลขที่เหมาะสมแล้วตามทฤษฎีของระยะฟักตัว จึงยังไม่ต้องขยายเวลา

อเมริกาใต้และลาตินอเมริกาศูนย์กลางระบาดยังวิกฤต

ส่วนสถานการณ์โลกพบผู้ป่วยสะสม 9,710,205 คน เพิ่มวันเดียว 183,082 คน คาดว่าป่วยรายวันมากสุดตั้งแต่มีการระบาด ขณะที่ตัวเลขผู้หายป่วยอยู่ที่ 5,279,579 คน และเสียชีวิต 491,783 คน โดยสหรัฐฯ ยังป่วยสะสมมากสุด 2,504,588 คน รองลงมาคือบราซิลและรัสเซีย ขณะที่ไทยมีผู้ป่วยสะสมเป็นอันดับ 94 ของโลก เนื่องจากมีผู้ป่วยเพิ่มเป็นหลักเดียว

ภาพประกอบข่าว ยังวิกฤต! ทั่วโลกป่วย COVID-19 เพิ่มวันเดียวกว่า 1.8 แสนคน


นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่า ศูนย์กลางการระบาดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยภูมิภาคอเมริกาใต้และลาตินอเมริกามีผู้ป่วยมากสุด เริ่มระบาดตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. โดยภูมิภาคอเมริกาเหนือ และยุโรปต่างก็มีแนวโน้มสูงชันใกล้เคียงกัน แตกต่างจากเอเชียที่เพิ่มขึ้นไม่สูงมาก จากมาตรการป้องกันต่างๆ ที่เข้มงวด ส่วนอัตราการเสียชีวิตของอเมริกาเหนือและยุโรป มีอัตราเสียชีวิตมากที่สุด โดยกราฟสูงชันต่อเนื่อง อาจต้องศึกษาเกี่ยวกับชุดพฤติกรรมต่างๆ เพิ่มเติมว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากขึ้นหรือไม่

เฝ้าระวังระบาดระลอก 2 คุมเข้มมาตรการป้องกัน

ส่วนมาตรการที่ใช้ป้องกัน COVID-19 สำหรับผ่อนคลาย ระยะที่ 5 บางคนมองว่ามากเกินไปหรือไม่ โฆษก ศบค. ชี้แจงว่า การไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันกว่า 30 วันนั้นมั่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับจีนที่ไม่มีผู้ป่วยมา 50 กว่าวัน สุดท้ายกลับมาติดเชื้อเพิ่ม ทำให้ทุกคนเชื่อว่าจะมีระลอก 2 มาแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

ขณะที่สถานการณ์โลกยังวิกฤตอยู่ ถึงแม้บ้านเราไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่รอบข้างยังไม่น่าไว้วางใจ ดังนั้น จึงต้องปกป้องตัวเอง โดยใช้ 5 มาตรการหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ร่วมกับใช้แอปฯ ไทยชนะ โดยกิจการและกิจกรรมระยะ 5 มีความเสี่ยงจึงต้องมีมาตรการควบคุม

การใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ มีผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านคน กิจการหรือร้านค้าลงทะเบียน 230,768 ร้าน โดยขอย้ำให้กิจการที่จะเปิดในเฟส 5 ลงทะเบียนทุกแห่ง เพราะเป็นกิจการสีแดงที่มีความเสี่ยงสูง
ภาพประกอบข่าว ยังวิกฤต! ทั่วโลกป่วย COVID-19 เพิ่มวันเดียวกว่า 1.8 แสนคน

 

Travel bubble ยังไม่ชัด คาดใช้ ส.ค.นี้

นพ.ทวีศิลป์ ยังได้ตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ โดยระบุว่า น่าจะเข้ากลุ่มเป้าหมายที่ขอผ่อนผันมาตรการ Quarantine ที่ต้องมีมาตรการคุมไว้สังเกต เนื่องจากอาจใช้เวลาไม่นานมากในการดำเนินการถ่ายทำ อาจจะสามารถดำเนินการได้ หากคณะถ่ายทำภาพยนตร์พร้อมรับมาตรการ ซึ่ง ศบค.ชุดใหญ่จะได้พิจารณาต่อไป 

ส่วนต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวแบบปกติ 40-50 ล้านคนนั้น ยังไม่ให้เข้ามา เน้นคนที่มีความจำเป็นจริงๆ อย่างนักลงทุนที่เข้ามาระยะสั้น แรงงานมีฝีมือ ครู อาจารย์ แรงงานข้ามชาติที่มีครอบครัวในไทยเท่านั้น ส่วน Travel bubble ยังไม่ชัดเจน ต้องศึกษาอีกระยะหนึ่ง เร็วสุดคงเป็นเดือน ส.ค.นี้

ส่วนการเข้ามารักษา สำหรับผู้ป่วย COVID-19 ไม่ให้เข้ามาในประเทศแน่นอน โดยจะคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง ส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาคือรักษาอาการอื่นๆ เช่น มีลูกยาก หรือเสริมความงามเท่านั้น

ทั้งนี้ วันที่ 29 มิ.ย.นี้ นายกฯ เรียกประชุม ศบค.เพื่ออนุมัติมาตรการต่างๆ 4-5 เรื่อง ทั้งการผ่อนคลายระยะ 5 รวมถึงการอนุมัติบุคคลเดินทางมาจากต่างประเทศ การขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน การเปิดเทอมของนักเรียนในพื้นที่ชายแดน และการยกเว้นระยะห่างภายในขบวนรถขนส่งมวลชน อาจมีการผ่อนคลายให้ใช้เก้าอี้ได้ทุกตัว