ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์

ภูมิภาค
13:18
จำนวนผู้ชม 1,242
ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์
ความขัดแย้งยังไม่จบ หลังเรือทางการมาเลเซีย ไล่ชนเรือประมงพื้นบ้านจม ทำให้ชาวประมงเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องฝ่ายไทยตั้งทุ่นแนวเขตให้ชัดเจน เพราะมักถูกมาเลย์แอบอ้าง

วันนี้ (25 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ทางทะเลบริเวณเขตน่านน้ำไทย-มาเลเซีย เขตรอยต่อระหว่างรัฐเปอร์ลิส และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีอาณาเขตทางทะเลติด ต.ปูยู อ.เมืองสตูล วันนี้แทบไม่มีเรือประมงพื้นบ้านจากจ.สตูล เข้าทำประมงพื้นที่ดังกล่าว

หลังเรือตรวจการณ์หน่วย MMEA ประเทศมาเลเซีย พุ่งชนเรือประมงพื้นบ้านไทย ขณะทำประมงบริเวณดังกล่าวจมทะเล ทำให้นายสุริยัน ปูยู เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังทางการมาเลเซียอ้างว่า รุกล้ำน่านน้ำ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้าน ต.ปูยูประมาณ 1,000 ลำ ไม่กล้าออกทำประมง เพราะเกรงว่าทางการมาเลเซียจับกุม

ปัญหาที่มาเลเซียอ้างว่า พื้นที่ทำประมงเขตรอยต่อน่านน้ำไทย-มาเลเซีย เป็นน่านน้ำตัวเอง เกิดขึ้นมานานแล้ว แม้จุดทำประมงอยู่ในน่านน้ำไทย ก็ถูกทางการมาเลเซีย จับกุมมาโดยตลอด

ล่าสุดมีชาวประมงพื้นบ้าน ต.ปูยู 12 คน ถูกจับดำเนินคดี และจำคุกในเรือนจำ บางคนถูกศาลตัดสินจำคุกถึง 2 ปี สร้างความกังวลให้กับญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก

 

ส่วนผู้ที่เคยถูกจับและพ้นโทษมาแล้ว บอกว่า เมื่อ 2 ปีก่อน ขณะทำประมงในเขตน่านน้ำไทย พร้อมเพื่อน 7 คน ถูกเรือตรวจการณ์มาเลเซีย เข้ามาจับในน่านน้ำไทย และลากเรือไปยังเกาะลังกาวี ของมาเลเซีย

หลังอ้างว่า รุกล้ำน่านน้ำ จึงถูกควบคุมตัวบนเกาะลังกาวี ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นทั้งหมดถูกส่งตัวขึ้นฝั่ง เพื่อรอศาลตัดสิน นอกจากศาลสั่งถูกจำคุกแล้ว ยังถูกโบยด้วยหวายคนละ 1 ที สร้างความเจ็บปวด และบางคนยังมีรอยหวายอยู่ที่ก้นถึงปัจจุบัน

นายรอสีด เตะปูยู ชาวประมง เปิดเผยว่า พื้นที่ทางทะเลซึ่งมีอาณาเขตไกลสุดสายตา และไม่มีสัญลักษณ์การแบ่งแนวเขตที่ชัดเจน กลายเป็นที่มาของปัญหา แม้พื้นที่การทำประมงจะอยู่ในเขตน่านน้ำไทย เมื่อทางการมาเลเซียเข้ามาจับ และอ้างเป็นน่านน้ำตัวเอง ชาวประมงก็ไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะเรือไม่มี GPS บอกพิกัด จึงจำยอมถูกจับดำเนินคดี

ภาพประกอบข่าว ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์

 

หากเป็นไปได้ต้องการให้ทางการไทย จัดวางทุนบอกพิกัดเขตน่านน้ำให้ชัดเจน และเชิญมาเลเซีย มาทำข้อตกลงร่วมกันแบ่งเขต ป้องกันปัญหาในอนาคต เพราะมาเลเซีย ยังส่งเรือตรวจการณ์ประชิดน่านน้ำ สร้างความตึงเครียดตลอดเวลา

น.อ.จุมพจน์ เสนาะพิณ รอง ผอ.ศรชล.จ.สตูล กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประมงพื้นบ้านไทย ทัพเรือภาคที่ 3 ส่งเรือ ต 995 ออกลาดตระเวณบริเวณเขตน่านน้ำไทย และมาเลเซีย เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ชาวประมง ระหว่างรอจัดวางทุนแสดงเขตน่านน้ำ

ส่วนสาเหตุที่เรือทางการมาเลเซีย พุ่งชนเรือประมงไทย มีผู้เสียชีวิต ทัพเรือภาค 3 และศรชล.จ.สตูลบ ได้ทำหนังสือประท้วงไปแล้ว พร้อมทั้งให้ทางการมาเลเซียชี้แจงถึงแนวทางปฏิบัติกับประมงไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบจากทางการมาเลเซีย

ด้าน พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช สารวัตรเรือตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 9 จ.สตูล กล่าวว่า ทางคดีเรือมาเลเซียชนเรือประมงพื้นบ้านไทยเสียชีวิต ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล สอบปากคำพยานวันเกิดเหตุหมดแล้ว

ภาพประกอบข่าว ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์

 

พยานทุกคนยืนยัน เหตุเกิดในเขตน่านน้ำไทย แต่ไม่มี GPS มาประกอบสำนวน พนักงานสอบสวน รอเพียงทางการมาเลเซีย ส่งหลักฐานที่จะอ้างอิงว่า เกิดเหตุในน่านน้ำตัวเอง จากนั้นก็โอนคดีให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวน ดำเนินการต่อ เพราะเป็นคดีระหว่างประเทศ

ชณะที่ นายไกรสิทธิ์ ขุนพิทักษ์ สารวัตรกำนันตำบลปูยู ระบุว่า การแก้ปัญหาน่านน้ำไทย-มาเลเซีย ทางจังหวัด เร่งเปิดเวทีพูดคุยกับรัฐเคดาห์ และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากน่านน้ำสตูล มีรอยต่อชายแดนติดต่อกัน เพื่อลดบรรยากาศตึงเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เพราะที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้สานสัมพันธ์กันมาตลอด หากยังไม่พูดคุย ชาวประมงพื้นบ้านไม่กล้าออกทำประมง เพราะยังไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นอีก