ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมรับความหลากหลาย คนทุกกลุ่ม-สภาพแวดล้อม

การเมือง
18:14
จำนวนผู้ชม 3,261
ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมรับความหลากหลาย คนทุกกลุ่ม-สภาพแวดล้อม
ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมรับมือกับความหลากหลาย ทั้งจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างมาก กับคนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความต้องการแตกต่างกันด้วย

วันนี้ (16 พ.ค.2565) ที่องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ไทยพีบีเอส เวลา 16.30 น. ไทยพีบีเอส จัดมหกรรม “ปลุกกรุงเทพฯ เปลี่ยนเมืองใหญ่ เลือกตั้งผู้ว่าฯ 65” ด้วยการประชันวิสัยทัศน์ ของผู้สมัครชิงตำแหน่ง "ผู้ว่าฯ กทม.”

มีผู้สมัครผู้ว่าฯ เข้าร่วม 5 คน คือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครหมายเลข 1 นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครหมายเลข 3 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 4 น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครหมายเลข 7 น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครหมายเลข 11

“วิโรจน์” ชี้ เมืองน่าอยู่คือ “เมืองที่ยุติธรรม”

ผู้ดำเนินการรายการถามคำถามที่ 2 ว่า เมืองน่าอยู่ “Mind Set หรือวิธีคิดของ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่กับความหลากหลายของประชากรกรุงเทพฯ”

นายวิโรจน์ กล่าวว่า เมืองน่าอยู่เป็นเมืองที่ยุติธรรม ไม่ได้อยู่ในระบบนิเวศเห็นแก่ตัวและต้องทนเห็นคนตัวใหญ่เอาเปรียบ ซึ่งเมืองนี้ไม่ได้ขาดภาคีเครือข่าย แต่ขาดงบประมาณ โดยทุกคนต้องร่วมทุกร่วมสุขกัน

แม้จะมีข้อจำกัดต่างกัน แต่กลับพบว่าคนตัวใหญ่ได้รับบริการวีไอพี หลบเลี่ยงภาษี เช่น ที่ดิน ภาษีป้าย จะทำให้มีรายได้เพียงพอในการปรับปรุงสวัสดิการ และสวัสดิภาพของทุกคน

ทั้งรถเมล์ชานต่ำที่อุดหนุนตั๋วรถเมล์ ด้วยงบฯ 700 ล้านบาท วัคซีนปอดอักเสบ 400 ล้านบาท อุดหนุนผู้สูงอายุ-เด็กเล็ก-คนพิการใช้งบฯ รวม 8,000 ล้านบาท สิ่งสำคัญคือแก้กติกาให้เป็นธรรม เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทุกคน

ที่สำคัญกลไกข้อบัญญัติอาคารสูง ต้องดำเนินการสาธารณูปโภคสำหรับผู้พิการ ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่ผู้ว่าฯ แต่ต้องเป็น สก.ด้วย

ภาพประกอบข่าว ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมรับความหลากหลาย คนทุกกลุ่ม-สภาพแวดล้อม

“ศิธา” สัญญาจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ด้าน น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครหมายเลข 11 ระบุว่า คนที่มีอัตลักษณ์แตกต่างจะมีหลากหลาย มีหลายกลุ่มที่ต้องดูแลไปด้วยกัน อันดับแรกที่จะไม่ทิ้งคนกลุ่มนี้ไว้ข้างหลัง คือ คนพิการ ถ้าผมเป็นผู้ว่าฯ กทม.ผมจะดูทุกโครงการว่ากำหนดนโยบายและงบประมาณ โดยเขียนแผนสำหรับคนกลุ่มนี้หรือไม่ หากไม่มีผมจะตัดโครงการนั้นทิ้ง

การปักหมุดจุดเสี่ยงผู้หญิงทำไว้แล้ว ด้วยงบฯ ไม่มากมาย แต่ภาครัฐไม่เคยดูแล LGBTQ+ เสียภาษีเท่าคนอื่น ภาครัฐก็ต้องเข้ามาดูแลด้วย เราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างจริงจัง

จะเป็นเมืองที่ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย

นายสกลธี กล่าวว่า มีความเชื่อว่าเมืองคือคน คนคือเมือง นโยบายจึงจะตอบโจทย์ตั้งแต่เกิดยันคนสูงอายุ รวมทั้งคนพิการ ทุกเพศทุกวัยต้องเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ บางจุดมีการอยู่แบบแออัด จึงต้องการพื้นที่สีเขียว

กลุ่มคนพิการทั้งหมดต้องทำให้เป็นกระบวนการเดียวกัน เคยพูดกับกลุ่มคนพิการทราบว่า เขาไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และสิ่งที่อยากให้เกิดอารยสถาปัตย์ ซึ่งต้องทำให้เป็นยูนิเวอร์แซลในพื้นที่สาธารณะ ตัวจุดเปราะบางทางต่างระดับ ต้องทำให้เป็นระดับเดียวกัน ขนส่งสาธารณะต้องเป็นมิตรกับคนพิการและทุกเพศทุกวัย

คนที่ไม่เคยเป็นจะไม่รู้ความรู้สึก ต้องเอาหัวใจของคนทุกเพศทุกวัยมาใส่ในการวางแผนงบและนโยบายของกทม.
ภาพประกอบข่าว ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมรับความหลากหลาย คนทุกกลุ่ม-สภาพแวดล้อม

“สุชัชวีร์” ขอโอกาสดูแลคนพิการ

ทางด้าน นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า การดูแลคนพิการ ต้องเข้าใจและเข้าถึง เมืองนี้ต้องดูแลคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ต้องเป็นทัศนคติของผู้ว่าฯกทม. ที่ผ่านมาในการดำรงตำแหน่ง ต่าง ๆ พยายามผลักดันเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะน้องนักศึกษาที่มีข้อจำกัดทางกายภาพ เมื่อไปเรียนที่ต่าง ๆ จะต้องสะดวกมากขึ้น

ขอให้ผมได้มีโอกาสได้ทำซะที เมื่อเป็นผู้ว่าฯ กทม.จะนำความรู้ ความเข้าใจมาปฏิบัติ กทม.จะมีฟุตบาธมาตรฐานสากล จะได้เห็นฟุตบาธที่เรียบ ทางขึ้นที่เรียบใช้ได้ทั้งผู้พิการและผู้สูงอายุ

อาคารที่ขอก่อสร้างใหม่ผู้พิการและผู้สูงอายุจะสามาถเข้าถึงได้ทุกคน และอาคารเก่า ๆ กทม.จะเป็นที่ปรึกษาว่า ปรับปรุงอย่างไรให้อำนวยความสะดวกกับทุกคน

และตั้งใจจะขอดูแลผู้พิการตั้งแต่เด็กเล็กขอให้ได้เรียนร่วม ขอให้มั่นใจทางการศึกษา และจะยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน 69 แห่ง โรงพยาบาล 11 แห่ง ที่จะดูแลผู้พิการและสูงอายุได้ทั้งหมด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“4 ปี กรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร” ในความตั้งใจของว่าที่ผู้ว่าฯ 5 คน