หน่วยงานด้านมั่นคง เผยรู้กลุ่มคาร์บอมนราฯ แล้ว เร่งสอบท่อน้ำเลี้ยง

ภูมิภาค
23 พ.ย. 65
16:41
85
Logo Thai PBS
หน่วยงานด้านมั่นคง เผยรู้กลุ่มคาร์บอมนราฯ แล้ว เร่งสอบท่อน้ำเลี้ยง
อ่านข่าวให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

หน่วยงานด้านมั่นคง เร่งแกะรอยผู้ก่อเหตุคาร์บอมบ์แฟลตตำรวจนราธิวาส รวมถึงสอบท่อน้ำเลี้ยง ขณะเพิ่มมาตรการคุมเข้มรักษาความปลอดภัย พร้อมช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (23 พ.ย.2565) พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยไทยพีบีเอสถึงเหตุการณ์ระเบิดแฟลตตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส ถ.สุริยะประดิษฐ์ เทศบาลเมืองนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส ว่าจากการประเมินสถานการณ์ จากลักษณะของการก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุพยายามเข้ามาก่อเหตุเขตที่พักอาศัย ซึ่งอยู่ในย่านชุมชน และอยู่ใกล้กับโรงเรียนประจำจังหวัด ซึ่งนอกจากพุ่งเป้าทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนรวมทั้งข้าราชการแล้ว ยังส่งผลต่อความตื่นตระหนก และภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ และความรู้สึกของสังคมในวงกว้าง

โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนประจำจังหวัดซึ่งเมื่อวานช่วงเกิดเหตุก็อยู่ในช่วงการเรียนการสอน จึงเป็นการสร้างความตื่นตระหนกให้บุคคลากรและนักเรียนต้องทำการหยุดเรียนเป็นเวลา 2 วัน

อ่านข่าว : เกิดระเบิดบริเวณแฟลตตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส ตร.เจ็บหลายนาย

สำหรับการวิเคราะห์ปัจจัยของการก่อเหตุในครั้งนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยผู้ก่อเหตุใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในรถยนต์ซึ่งรถคันดังกล่าวไม่ได้เป็นรถที่เฝ้าระวังเพราะเนื่องจากไม่ได้ถูกแจ้งโจรกรรมหรือแจ้งหายมาก่อนนี้ ซึ่งขณะนี้ทราบเจ้าของรถและกำลังเร่งขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างไร

ซึ่งทาง พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าการติดตามตัวผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ได้ทราบรูปพรรณสัณฐานและทราบกลุ่มที่ก่อเหตุอยู่แล้ว

ในด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ก่อเหตุใช้โอกาสในการจัดหารถยนต์ที่เป็นรถยนต์ที่ไม่ได้ถูกแจ้งหาย

พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นมาตรการเร่งด่วน โดยภายหลังเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนและสั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เร่งรัดดำเนินการ 3 เรื่อง คือเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนที่เกี่ยวข้องได้มาทำการสำรวจความเสียหายเพื่อนำไปสู่การเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงการเยียวยาของทรัพย์สินด้วย

ในส่วนที่ 2 คือมาตรการทางกฎหมายได้สั่งการให้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผล โดยรวบรวมจากกล้องวงจรปิด เก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และตรวจเก็บสารพันธุกรรมเพื่อขยายผล และมาตรการที่ 3 คือการยกระดับความปลอดภัยต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งต้องสืบสวนเชิงลึกอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในส่วนของท่อน้ำเลี้ยง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มีการข่าวเชิงลึกว่ามีการโอนงบประมาณมาส่วนหนึ่งเพื่อให้ก่อเหตุในพื้นที่ ส่วนผู้อยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการตรวจพิสูจน์

ซึ่งในชายแดนภาคใต้มีปัญหาซับซ้อนในหลายมิติ ทั้งมิติในความมั่นคงโดยตรง ในมิติความขัดแย้งทางการเมือง หรือมิติของภัยแทรกซ้อน ในการวิเคราะห์ปัจจัยต้องใช้เวลา ส่วนในกระบวนการพูดคุยสันติสุขมีความคืบหน้าเป็นลำดับ ทั้งนี้คาดว่าประมาณกลางเดือน ธ.ค. จะมีการพูดคุยหารือเพื่อแนวทางร่วมกันอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ปูนบำเหน็จเลื่อนยศ "ร.ต.อ.สุทธิรักษ์" ขึ้นเป็น "พล.ต.อ." เยียวยา 3.7 ล้าน

เบาะแส "รถคาร์บอมบ์" จากเต็นท์ตรัง-พัทลุง ขับเข้านราธิวาส 6 ต.ค.

วงจรปิดผู้ต้องสงสัย "คาร์บอมบ์" แฟลตตำรวจ-เจ็บรวม 37 คน

แกะรอยคาร์บอมบ์ป่วนใต้-เชื่อกลุ่มเดิม คุมเข้มสถานที่ราชการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสำหรับคุณ

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ