ทภ.1 ลงโทษจำขัง 30 วันทหารทำร้ายภรรยา-ชี้ขั้นปลดจากราชการ

อาชญากรรม
31 มี.ค. 66
18:39
946
Logo Thai PBS
ทภ.1 ลงโทษจำขัง 30 วันทหารทำร้ายภรรยา-ชี้ขั้นปลดจากราชการ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กองทัพภาคที่ 1 แจงปมทหารทำร้ายร่างกายภรรยา โทษหนักจำขัง 30 วัน ชี้ปลดออกจากราชการ หากศาลสั่งจำคุก กำชับกำลังพลใช้ความรุนแรงในครอบครัวโดนโทษทหารและอาญา

วันนี้ (31 มี.ค.2566) พ.อ.เทพพิทักษ์ นิมิตร รอง ผบ.กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) กล่าวถึงถึงความคืบหน้าการดำเนินการกำลังพลกรณีทำร้ายร่างกายภรรยาว่า ปัจจุบันหน่วยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและลงโทษทางวินัยกำลังพลคนดังกล่าว ด้วยการจำขัง 30 วัน ส่วนโทษอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ

สำหรับการทำร้ายร่างกาย แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของคู่กรณี แต่หน่วยได้ประสานกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินคดีให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมประสานคู่กรณีเยียวยาตามความเหมาะสม ให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่กำลังพลได้แก้ปัญหาโดยการใช้ความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัว พร้อมทั้งจะติดตามความคืบหน้าการดำเนินการทางคดีให้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย 

โดยกำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดอำนวยความสะดวก เพื่อคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ เป็นเรื่องที่มีความอ่อนไหว การดำเนินการใดๆ ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงผลกระทบ ทางด้านจิตใจ และสภาวะทางสังคมอย่างรอบด้าน

ด้าน พ.อ.พิเชียรรัฐ ภารัญนิตย์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ได้รับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยหน่วยจะเป็นตัวกลางในการพิจารณาการกระทำความผิดว่าอยู่ในข่ายประมวลกฎหมายทหารหรือไม่ ส่วนผู้บังคับบัญชา 2 ระดับต้องถูกลงโทษด้วย ในฐานะไม่กำกับดูแล

ยันลงโทษจำขัง 30 วัน-รอผลตัดสินศาล 

ทั้งนี้ การลงโทษกำลังพลผู้ก่อเหตุด้วยการจำขัง 30 วัน ที่เรือนจำ มทบ.14 ถือเป็นโทษสูงสุดในเรื่องการทำร้ายร่างกาย และใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็นทหารประทวน หรือสัญญาบัตร

ส่วนการปลดออกจากราชการ อยู่ในดุลพินิจของศาลพลเรือนหากกำลังพลดังกล่าวต้องโทษจำคุก ก็ต้องปลดออกจากราชการ

พ.อ.พิเชียรรัฐ ฝากไปถึงกำลังพลทุกคนว่า การดำเนินการใดๆ กับคนในครอบ ครัว โดยการใช้ความรุนแรง มีความผิดทางทหาร และกฎหมายอาญา หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ควรแจ้งหน่วยต้นสังกัด เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่เมื่อเรื่องถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของหน่วย

ยอมรับว่าแม้ปัญหาภายในครอบครัวของกำลังพล จะเป็นเรื่องที่ควบคุมยาก แต่เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ที่จะต้องกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจ และไม่มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง