เลือกตั้ง2566 : "พิธา" ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 30 ดีล 5 พรรคตั้งรัฐบาล | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

เลือกตั้ง2566 : "พิธา" ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 30 ดีล 5 พรรคตั้งรัฐบาล

การเมือง
15 พ.ค. 66
12:18
55,564
Logo Thai PBS
เลือกตั้ง2566 : "พิธา" ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ คนที่ 30 ดีล 5 พรรคตั้งรัฐบาล
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"พิธา" แถลงข่าวหลังผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2566 อย่างไม่เป็นทางการ ก้าวไกลแลนด์สไลด์ โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม เปิดประโยคแรกแนะนำตัวว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย พร้อมทาบทาม 5 พรรคตั้งรัฐบาล เผยต่อสายหา "อุ๊งอิ๊ง" เจรจาร่วมรัฐบาลแล้ว

วันนี้ (15 พ.ค.2566) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวหลังผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2566 อย่างไม่เป็นทางการ หลัง กกต. ประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคก้าวไกลแลนสไลด์ โดยมีสีหน้ายิ้มแย้มว่า เปิดประโยคแรกแนะนำตัวว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย หลังจากพี่น้องได้แสดงเจตจำนงผ่านคูหาเลือกตั้งให้ก้าวไกลเป็นอันดับ 1 และขอประกาศพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

น้อมรับฉันทามติ พลิกขั้วเปลี่ยนข้างจากฝ่ายค้านเดิมในการจัดตั้งรัฐบาลและพร้อมเป็นนายกฯ ของคนไทยทุกคน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพร้อมตั้งรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพร้อมตั้งรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพร้อมตั้งรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

พิธา กล่าวว่า น้อมรับความเห็นที่แตกต่าง และพร้อมที่จะเคารพและต่อยอดจากการต่อสู้จากประชาธิปไตย และคืนศรัทธาให้ระบบประชาธิปไตยสร้างความโปร่งใสให้กับการเมืองไทย

และโทรหาแกนนำ 5 พรรค ที่ติดต่อ แพทองธาร ชินวัตร และยินดีกับแพทองธาร พร้อมตั้งใจในการเดินทางหาเสียง และเชิญชวนในการจัดตั้งรัฐบาลกับก้าวไกล ประกอบด้วย อีก 5 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล ประชาชาติ ไทยสร้างไทย และ เสรีรวมไทย รวม 308 เสียง กำลังติดต่อพรรคเป็นธรรมให้รวมได้ 309 เสียง  ถือว่าเพียงพอตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก และปิดประตูการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

คุยกับแพทองธาร เรียบร้อยแล้ว และคุยเรื่องขั้นตอนต่อไปเป็นรายวัน รายสัปดาห์ ระหว่าง 5 พรรค และมั่นใจ 309 เสียง จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากที่มีน้ำหนักพอในการตั้งรัฐบาล

“เป็นคีย์ แมสเซสในการแถลงข่าวจากนี้จะประชุมกรรมการบริหารพรรคและเดินทางขอบคุณประชาชนใน กทม. ก่อน และเดินสายขอบคุณในต่างจังหวัดและจะรีบตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีสุญญากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจ ขอให้มั่นใจการทำงานของพรรคก้าวไกล”

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพร้อมตั้งรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพร้อมตั้งรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพร้อมตั้งรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

นายพิธา ยังกล่าวยอมรับว่าไม่กดดันเพราะเป็นฉันทามติและทุกฝ่ายควรน้อมรับตรงนี้ และการฝืนมติคงไม่มีประโยชน์กับใคร นอกจากนี้นายพิธา ระบุว่ายังมั่นใจการพลิกขั้วจากรัฐบาลฝ่ายค้านมาตั้งรัฐบาล และคิดว่าคงไม่มีใครฝืนประชามตินี้

นายพิธา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ต้องมีการเซ็นเอ็มโอยูเหมือนกับการเมืองสากลเพื่อให้เห็นความคาดหวังในการทำงาน และมองเห็นว่าในช่วง 100 วัน 1 ปีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เมื่อถามว่า ทำไมเลือกพรรคประชาชาติ นายพิธา กล่าวว่า เห็นความตั้งใจในการทำงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกระจายอำนาจ เนื่องจากในช่วงการลงพื้นที่ภาคใต้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแกนนำ และมีความเห็นตรงกันที่จะทำงาน และมั่นใจความมั่งคั่งในอาหารมากกว่าความมั่นคงทางทหาร และเชื่อว่าจะมีทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ได้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

พร้อมควบเก้าอี้กลาโหม

เมื่อถามว่าตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมจะเป็นของพรรคไหน นายพิธา กล่าวว่า ตอนนี้พรรคก้าวไกล 151 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย 141 ที่นั่ง และที่บอกว่าสิ่งสำคัญคือนโยบายปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกการเกณฑ์ทหารไม่ได้อยู่ที่กระทรวง แต่อยู่ที่หลักการเจรจา แต่ละคนเห็นด้วยเห็นต่างและต้องเป็นเรื่องคณะกรรมการที่จะตั้งรัฐบาลและคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านการตั้งรัฐบาล

ตอนนี้พร้อมนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และถ้าจำเป็นต้องควบในกระทรวงต่างๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ในทางกลับกันถ้ามีคนที่มีความเชี่ยวชาญ ในการปฏิรูปกองทัพเข้าใจว่ากองทัพจิ๋วแต่แจ๋วและพร้อมแก้ปัญหา

“พิธา” แย้มแก้ ม.112 ในสภาฯ ห่วงเป็นระเบิดเวลา

นายพิธา กล่าวถึงการแก้ไขมาตรา 112 ว่า ทำได้ในสภา และตอนนี้ก้าวไกลก็มีเสียงเกินแล้ว แต่อยากให้มีการพูดคุยแบบคนมีวุฒิภาวะ และมากกว่าคือต้องทบทวนผู้ได้รับผลกระทบจากคดีทางการเมือง และนิรโทษกรรม

ห่วงความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น กรณีของน้องหยก หากยังไม่มีทบทวนจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น

ส่วนการตอบเรื่องหุ้นไอทีวี นายพิธา กล่าวว่า ไม่กังวลใดๆ เพราะที่ผ่านมาเตรียมตัว มีการชี้แจงไปแล้ว และตอนนี้รอคำร้องจากขั้นตอนจากกกต.จะมีทีมกฎหมาย และขอเรียกความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนว่าไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้

ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องปกติในทุกสังคม และระบบ และที่แก้ไขได้คือระบบประชาธิปไตย จึงต้องเรียกคืนความศรัทธากลับมาที่รัฐสภาให้มีประ สิทธิภาพ ทำหลักนิติรัฐ นิติธรรม เพราะกระบวนการที่ผ่านมาไม่ยึดมั่นในระบบเดิมและเปิดให้มีการทำรัฐประหารทุก 7-8 ปีทำให้เศรษฐกิจไปต่อไปไม่ได้ และไม่มีสมาธิในการปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม เสรีภาพ เป็นเรื่องปกติต้องรวบรวมแก้ ไขปัญหาสังคมให้เวลาประเทศไทยกลับมามีสมาธิในศตวรรษที่ 21

พร้อมดูแลประชาชนทุกคนทั้งที่เห็นด้วย และเห็นต่างแน่นอน เท่าที่พูดคุยกันตั้งทีมมี 309 เสียงแล้วในการตั้งรัฐบาล รวมทั้งจะเป็นนายกรัฐมตรีที่เข้าใจทุกๆ คน

นายพิธา กล่าวอีกว่า ความสำเร็จสูงสุดวัดได้เมื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และผลักดันได้ เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางรอดไม่ใช่ทางเลือก  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

เลือกตั้ง2566 : เปิดชื่อ 5 พรรค พลิกขั้วร่วมตั้งรัฐบาล

ผลการเลือกตั้ง2566 : เจาะพื้นที่ "ก้าวไกล" ล้มยักษ์หลายจังหวัด

ผลการเลือกตั้ง2566 : กกต.แถลงผลไม่เป็นทางการ ก้าวไกลอันดับ 1

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง