รู้จัก "ทุ่งลาวามอส" สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งไอซ์แลนด์

ไลฟ์สไตล์
17:00
จำนวนผู้ชม 12,380
Thai PBS
รู้จัก "ทุ่งลาวามอส" สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งไอซ์แลนด์
ผู้ช่วย AI

วงแหวนทองคำ (Gullni hringurinn หรือ Golden Circle) คืออีกชื่อหนึ่งของเกาะไอซ์แลนด์ หรือ สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ (Republic of Iceland) ประเทศนอร์ดิกในยุโรปเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างกรีนแลนด์ นอร์เวย์ และ สหราชอาณาจักร มีเมืองหลวงคือ เรคยาวิก (Reykjavík)

ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ตั้งที่อยู่ตรงกลางระหว่างแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือและแผ่นเปลือกยูเรเชียน เป็นประเทศเดียวที่สามารถมองเห็นหุบเขาแนวแผ่นเปลือกโลกแยกตัว "สันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge)" ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลได้

การแยกตัวออกจากกันอย่างต่อเนื่องของแผ่นเปลือกโลกทั้ง 2 ทำให้ไอซ์แลนด์มีภูเขาไฟจำนวนมาก ดินบนเกาะแห่งนี้เป็นผืนดินที่ยังใหม่มากและยังอยู่ในช่วงก่อตัว ไอซ์แลนด์ยังมีภูเขาไฟที่ยังตื่นอยู่นับไม่ถ้วน บางพื้นที่ที่เคยมีการปะทุของลาวาจนกระทั่งแห้งแล้วนั้น กลับเกิดสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่สามารถเจริญเติบโตได้ และพวกมันแพร่ขยายไปทั่วประเทศ เป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ถือกำเนิดขึ้น เชิญชวนให้ทุกคนต้องมาดูด้วยตาให้ได้สักครั้งในชีวิต "ทุ่งลาวามอส (Lava field moss)"

5 ทุ่งลาวาชื่อดังในไอซ์แลนด์

ไอซ์แลนด์ได้รับฉายาว่า "ดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง" โดยส่วนของ "ไฟ" มาจากการปะทุของภูเขาไฟนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต แต่ในปัจจุบันนั้น นักท่องเที่ยวมีโอกาสน้อยมากที่จะได้เห็นลาวาไหลออกมา ดังนั้นสิ่งที่จะได้พบเห็นในประเทศนี้คือ "ทุ่งลาวาแห้ง" ที่มีอายุต่างๆ กันไป

1. Eldhraun - ทุ่งลาวามอสที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 565 ตร.กม. "ทุ่งลาวาเอลธรอน" เกิดการปะทุในปี 2326-2327 (200 กว่าปีที่แล้ว) ถือเป็นการปะทุที่อันตรายที่สุด มีก๊าซพิษปริมาณมากที่ยังหลงเหลือจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลกระทบเชิงลบต่อไอซ์แลนด์ ประชากรทั้งหมดถูกบังคับให้อพยพไปยังเดนมาร์ก สัตว์เลี้ยงบนเกาะมากกว่าครึ่งหนึ่งตาย

หลังจากลาวาแข็ง พื้นที่ถูกปล่อยรกร้าง สถานที่แห่งนี้กลับถูกใช้เป็นที่ฝึกลูกเรือยานอวกาศอพอลโล 11 ซ้อมเดินบนดวงจันทร์เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับพื้นผิวดวงจันทร์

แม้จะถูกปกคลุมไปด้วยมอสที่ใช้เวลาเกือบร้อยปีกว่าจะโต แต่ดินในทุ่งลาวาเอลธรอนก็ยังมีความเปราะบางมาก และเป็นสาเหตุที่ทางการไอซ์แลนด์ไม่อนุญาตให้เดินบนทุ่งลาวามอส วิธีที่ดีที่สุดที่จะเก็บความประทับใจคือ จอดรถในบริเวณลานจอดที่จัดเตรียมไว้ และเดินบนเส้นทางที่กำหนด ถ่ายภาพ ซึ่งไม่ว่าจะหันไปมุมไหน ก็สามารถถ่ายภาพความประทับใจได้ทุกมุม ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

2. Leirhnjukur - ทุ่งลาวาที่ยังคุกรุ่นอยู่ เป็นปล่องภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ การปะทุครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นในปี 2527 หรือเกือบ 40 ปีมาแล้ว แต่ทางการไอซ์แลนด์ยังคงเฝ้าระวังภูเขาไฟลูกนี้อยู่ ลาวาที่อยู่ในบริเวณนี้ยังมีความร้อนสะสม มีไอน้ำที่ร้อนพุ่งตัวออกมาตามรอยแยกแผ่นดินเป็นระยะๆ หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาแนะนำให้เดินเฉพาะเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้เท่านั้น ลาวาที่นี่ยังไม่แข็งตัวอย่างสมบูรณ์ บางพื้นที่ยังเป็นเนินดินเหนียวอยู่

และที่นี่อาจจะไม่เห็นมอสเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะยังเป็นทุ่งลาวาที่อายุน้อยที่สุดใน 5 ทุ่งลาวาชื่อดังของไอซ์แลนด์

3. Dimmuborgir - ทุ่งลาวาแห่งป้อมปราการ ทุ่งลาวาขนาดใหญ่ประกอบด้วย ถ้ำ ภูเขาไฟ และ แนวหิน ทำให้จินตนาการเหมือนป้อมปราการโบราณที่พังทลายลงมา และเป็นที่มาของชื่อ Dimmuborgir ที่แปลว่าป้อมปราการในภาษาไอซ์แลนด์

บริเวณนี้เมื่อ 2,300 ปีก่อนเกิดการปะทุของภูเขาไฟ ลาวาไหลผ่านทะเลสาบ ทำให้เกิดการเดือดและเย็นตัวที่เร็วกว่าปกติจนสร้างรูปแบบทางธรณีขึ้นมาเป็นเสาสูงคล้ายป้อมปราการ

4. Berserkjahraun - ทุ่งลาวาโบราณอายุ 4,000 ปี ทุ่งลาวาแห่งนี้เกิดจากการปะทุของปล่องภูเขาไฟ 4 ลูกเมื่อกว่า 4,000 ปีที่แล้ว ลาวาที่ไหลออกมาเผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้าง แต่สุดท้ายก็ยังก่อเกิดพืชมอสขึ้นมา นับเป็นทุ่งลาวามอสที่มีอายุเก่าแก่มากอีกแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์

ทุ่งลาวาแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีความสวยงามตลอดทั้งปี และบริเวณโดยรอบยังเป็นอุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งชมนก เส้นทางเดินป่า ได้รับการขนานนามว่า "ไอซ์แลนด์จิ๋ว (Iceland in miniature)"

5. Londrangar - ที่อยู่ของภูตจิ๋ว ซากปล่องภูเขาไฟที่ถูกกัดเซาะอยู่ริมทะเล ความเชื่อโบราณชาวไอซ์แลนด์คิดว่า บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของเอลฟ์ จุดเด่นของ Londrangar คือภูเขาหินบะซอลต์ความสูง 75 เมตรบนหน้าผาที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อปี 2278 หรือเกือบ 300 ปีมาแล้ว นอกจากนั้นแล้ว บริเวณรอบๆ Londrangar ยังมีทุ่งลาวามองที่สวยงามเป็นบริเวณเล็กๆ อีกด้วย

5 สิ่งที่ควรรู้เมื่อเที่ยวทุ่งลาวาในไอซ์แลนด์

พื้นที่ส่วนใหญ่ของไอซ์แลนด์เป็นภูเขาไฟ ลาวาที่ร้อนมากจากในอดีตอาจจะเย็นตัวลงแล้วในปัจจุบัน แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องรู้ว่า ใต้ผืนแผ่นลาวาที่เย็นตัวลงแล้วนั้น อาจจะยังมีลาวาที่ยังร้อนระอุอยู่ ลาวาชั้นบนสุดอาจแตกหักง่ายเมื่อถูกเหยียบ และการเดินบนลาวาอาจเป็นอันตรายต่อประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาด้วย

สำนักงานสิ่งแวดล้อมไอซ์แลนด์ ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ทุ่งลาวา หรือ ทุ่งลาวามอส ต่างถูกคุ้มครองด้วยกฎหมายคุ้มครองพิเศษ มาตรา 61 แห่ง พ.ร.บ.อนุรักษ์ธรรมชาติของไอซ์แลนด์

การปีนและเดินบนลาวา การขว้างก้อนหิน และการขีดเขียน เป็นสิ่งต้องห้ามและอาจเป็นอันตรายได้
  1. อย่าสัมผัสหรือเหยียบมอส เพราะมอสเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศของไอซ์แลนด์ และต้องใช้เวลานานกว่าจะเติบโต เป็นพืชชนิดเดียวที่เจริญเติบโตบนลาวาได้
  2. อย่าเดินออกนอกเส้นทางที่กำหนด เพราะอาจสร้างความเสียหายหรือทำลายพันธุ์พืชหรือสัตว์ ทำร้ายระบบนิเวศที่ล้อมรอบเส้นทางได้ นี่เป็นเรื่องที่เข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไอซ์แลนด์ ที่ๆ มีมอสเติบโตเกือบทุกที่
  3. อย่ามองข้ามป้ายรอบๆ ไอซ์แลนด์ ตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไอซ์แลนด์ จะมีป้ายเตือนทุกประเภท เพื่อให้นักท่องเที่ยวเคารพระบบนิเวศของไอซ์แลนด์ และเที่ยวด้วยความปลอดภัย
  4. อย่าก่อกองไฟใดๆ เป็นความโชคร้ายของไอซ์แลนด์ที่มีต้นไม้น้อยมากในประเทศ และการก่อกองไฟในที่สาธารณะถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากระบบนิเวศในไอซ์แลนด์มีความเปราะบางมาก
  5. อย่าเอาอะไรกลับไป ไอซ์แลนด์พยายามปกป้องระบบนิเวศ สิ่งใดก็ตามที่เป็นธรรมชาติ จะไม่สามารถนำออกจากประเทศได้ ซึ่งรวมถึงพืช ฟอสซิล แร่ธาตุ และ หินลาวา
    อาลียาห์ เอเนียธ ผู้อำนวยการ สำนักข่าว Safari Publications เคยกล่าวว่า
    เราจะไม่เก็บอะไรไปนอกจากรูปถ่าย จะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า

รู้หรือไม่ :

  • Iceland คือ ประเทศไอซ์แลนด์ อ่านว่า ไอ-สึ-เลิน-ดึ (ออกเสียง ส ตามท้าย ไอ)
  • Ireland คือ ประเทศไอร์แลนด์ อ่านว่า ไอ-เออะ-เลิน-ดึ
  • Island คือ เกาะ อ่านว่า ไอ-เลิน-ดึ (ไม่ออกเสียง ส ตามท้าย ไอ)

ที่มา : Guide to iceland, Pinatravel