ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"เรือกอและ" บ้านทอน 4 ศตวรรษบนเกลียวคลื่น

ไลฟ์สไตล์
17:37
1,912
"เรือกอและ" บ้านทอน 4 ศตวรรษบนเกลียวคลื่น

"ฆอและ" เป็นภาษามลายู แปลว่า โคลงเคลง หรือ ล่องลอย เรือกอและ หรือ เรือกุแหละ ใช้เรียกเรือประมงขนาดเล็ก หรือขนาดกลาง เป็นเรือหาปลาชนิดหนึ่ง ใช้ใบในการขับเคลื่อน มีลักษณะที่ยาวทำด้วยไม้ตะเคียนทราย ทำส่วนหัวและท้ายสูงขึ้นจากลำเรือ นิยมทาสีแล้วเขียนลวดลาย เป็นลายไทย หรือลวดลายอินโดนีเซีย ตามความชอบเจ้าของ

.........

ลวดลายข้างลำเรือ ตัดหาดทรายขาว ผืนน้ำสีครามในวันฟ้าใส ที่ชายหาดบ้านทอน เรือลำนี้ยังคงทำหน้าที่ตามวิถีชีวิตมามากกว่า 4 ศตวรรษ

"เริ่มต้นจากครูพักลักจำพ่อ เราเห็นมาตั้งแต่ยังเล็ก จะมีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านและคนในครอบครัวมาช่วยกันทำเรือ" แบมะ หรือ อาหะหมัด สาและ ผู้สืบทอดการต่อเรือจากรุ่นสู่ปู่จนถึงปัจจุบันเล่า

ย้อนไปกว่า 40 ปี ที่แบมะ เริ่มลงมือฝึกฝนการต่อเรือกับปู่และพ่อ ตอนนั้นช่างมีฝีมือทำเรือกอและในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังมีไม่มาก โดยเฉพาะที่บ้านทอนนาอีม จ.นราธิวาส มีเพียงแห่งเดียว รับต่อเรือให้ชาวบ้าน โดยพ่อได้วิชามาจากรุ่นปู่ และอาศัยการลงมือทำ ทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า จนเกิดความชำนาญ โดยนำข้อผิดพลาดมาแก้ไข จนทำเรือได้สำเร็จ

"สมัยก่อนไม่มีใครมานั่งสอน หนังสือก็ไม่มี พ่อทำจนไม้ตะเคียนหมดแต่ก็ไม่ละความพยายาม"

เรือกอและ ทำขึ้นจากไม้ตะเคียนทราย ซึ่งเป็นไม้ที่มีอยู่มากในภาคใต้ พบมากในพื้นที่ จ.ปัตตานี ด้วยเนื้อไม้มีความคงทนแข็งแรง จึงนิยมนำมาสร้างเรือ

แบมะ เล่าถึงการทำเรือว่า เริ่มต้นจากการออกแบบ พูดคุยกับคนจ้างว่าต้องการลำขนาดไหน ปกติขนาดลำเรือจะอยู่ที่ 20-25 ศอก ราวๆ 10-12 เมตร ท้องเรือลึก หัวและปลายแหลมเพื่อใช้โต้คลื่นลมได้ดี แต่ในปัจจุบันชาวประมงบางคนเปลี่ยนจากท้ายแหลมมาเป็นท้ายแบบตัดเพื่อใช้วางเครื่องยนต์

หลังจากเลือกไม้ตะเคียนที่ใช้ได้แล้ว จากนั้นจึงนำมาดัดโค้งให้เข้ารูป โดยการใช้ภูมิปัญญาจากปู่และพ่อ หาวัสดุได้ง่ายจากพื้นที่มาทำ ซึ่งนำกาบมะพร้าวที่เหลือจากคั้นน้ำกะทิทิ้งแล้วมาเผาไฟ ให้เกิดความร้อน ก่อนทำเสาไม้และเชือกมาดัดให้เข้ารูป

"พ่อไม่เคยจดบันทึกการทำเลยอาศัยจำและลงมือทำ จนมันเป็นความเคยชิน อุปกรณ์เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ไม่มีต้องคิดประดิษฐ์ขึ้นมาเอง" แบมะเล่าอย่างภูมิใจ

หลังจากได้โครงแล้ว ก็มานำมาต่อเข้าไม้ทีละชิ้น งานแต่ละอย่างต้องละเอียดและรอบคอบ ผิดพลาดไม่ได้ รอยต่อไม้ต่างๆต้องไม่เกิดช่องว่าง ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมั่นใจ จึงเริ่มทำขั้นตอนต่อไป

ปัจจุบันในพื้นที่บ้านทอน ต.โคกเคียน จ.นราธิวาส มีช่างวาดลวด ลายลงสีคนเดียว ที่ทำงานร่วมกันมากว่า 40 ปี โดยค่าจ้างต่อ 1 ลำ อยู่ที่ 1,5000 บาท ส่วนลวดลายก็จะทำตามแบบที่ผู้ว่าจ้างต้องการ

ลวดลายสมัยก่อน จะเป็นลวดลายมลายู ลวดลายชวา และลายไทย ผสมผสานได้ลงตัว และยังมีความงดงามตามหลักศาสนาและความเชื่อในการออกเรือ ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มจนนำไปลงทะเลจะอยู่ที่ 4-7 เดือน ตามขนาด

ส่วนการสืบทอดวิชาต่อเรือนั้นแบมะ บอกว่า อยากให้มีการสืบทอด เพราะต้นตระกูลทำอาชีพต่อเรือมาตลอดชีวิต อยากให้เด็กรุ่นใหม่ที่สนใจ แม้จะไม่ใช่คนในตระกูล แต่ถ้าใจชอบ และใจสู้ อยากมาเรียนรู้การต่อเรือ ก็พร้อมจะสอนและต้อนรับเสมอ

สิ่งที่กังวล คือ ถ้าคนในครอบครัวสาและ ไม่สืบทอดการต่อเรือแล้ว วิชาต่อเรือกอและของบ้านทอนนาอีม จะหายไป งานศิลปะของบรรพบุรุษก็จะหายไป

โดยอยากให้คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเรียนรู้ได้นำศิลปะการต่อเรือกอและไปถ่ายทอดให้แบบเป็นลูกโซ่ เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมต่อไปในอนาคตเหมือนสืบทอดมรดกของต้นตระกูล

แม้จะไม่ใช่ลูกหลาน พูดหรือนับถือศาสนาอะไร อยู่ในเมืองหรือบนภูเขา แบมะรับสอนทุกคนอยากให้คนรุ่นต่อๆไปได้พูดและคิดถึงเรือกอและบ้านทอนตลอดไป

"ถ้ามาเรียนรู้แล้วความรู้มันจะอยู่ในตัว ไม่ได้อยู่ในสมุด อยู่ที่ไหนก็ทำได้ มาหาแบได้ทุกเวลา" ช่างต่อเรือเมือเอกแห่งชายหาดบ้านทอน ทิ้งท้าย

รายงานโดย อดิศร ฉาบสูงเนิน