จับตาอาชญากรรมออนไลน์ปี 67 ใช้ AI สร้างคลิป-เลียนเสียงหลอกเหยื่อ | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส

จับตาอาชญากรรมออนไลน์ปี 67 ใช้ AI สร้างคลิป-เลียนเสียงหลอกเหยื่อ

อาชญากรรม
19 ธ.ค. 66
12:01
882
Logo Thai PBS
จับตาอาชญากรรมออนไลน์ปี 67 ใช้ AI สร้างคลิป-เลียนเสียงหลอกเหยื่อ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
ตำรวจเผยอาชญากรรมออนไลน์ อันดับ 1 หลอกซื้อสินค้า ส่วนหลอกลงทุนเสียหายมากสุด จับตาปี 2567 ใช้ AI สร้างภาพ-คลิป เลียนเสียงบุคคลมีชื่อเสียง หรือคนรู้จัก ใช้แสวงหาประโยชน์-ฉ้อโกง

วันนี้ (19 ธ.ค.2566) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านมาพบว่ารูปแบบคดีที่มีจำนวนการแจ้งความมากที่สุดอันดับ 1 ยังเป็น “การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์” มีจำนวนกว่า 150,000 คดี

ส่วนรูปแบบคดีที่มีความเสียหายรวมสูงที่สุด อันดับ 1 คือ “หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์” เสียหายรวมกว่า 16,000 ล้านบาท สำหรับคดีในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การหลอกให้โอนเงิน, การหลอกให้กู้เงิน และการข่มขู่ทางโทรศัพท์ ยังเป็นรูปแบบคดีที่มีผู้เสียหายและสร้างความเสียหายในอันดับต้น ๆ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเตือนให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังการใช้สื่อออนไลน์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท เพราะผู้ก่อเหตุจะพยายามใช้ทุกช่องทางในการเข้าถึงเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS การโทรศัพท์หาเหยื่อ การลงโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ และในหลายกรณีพบว่าผู้ก่อเหตุมีข้อมูลส่วนบุคคลเชิงลึกของเหยื่อใช้ประกอบการหลอกลวงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

ส่วนแนวโน้มรูปแบบของอาชญากรรมออนไลน์ในปี พ.ศ.2567 ประชาชนต้องระมัดระวังกรณีผู้ก่อเหตุนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการสร้างเนื้อหาปลอมเพื่อใช้ในการฉ้อโกง หรือสร้างความเสียหาย โดยการนำ AI มาใช้สร้างภาพหรือคลิปปลอม เพื่อนำมาแสวงหาประโยชน์ต่าง ๆ เช่น

  • การสร้างภาพ หรือคลิปปลอมเป็นบุคคลอื่น (AI Deepfakes) เพื่อใช้ในการฉ้อโกง
  • การเลียนเสียงของบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือคนรู้จัก (AI Voice Covers) จากตัวอย่างเสียง เพื่อใช้ในการฉ้อโกง
  • การสร้างคลิปลามกปลอม (AI Deepfakes) ทำให้บุคคลอื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือแสวงหาประโยชน์
  • การสร้างข่าวปลอม (Fake News) ที่ดูน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก หรือความเข้าใจผิด

ทั้งนี้ ขอให้อย่าเชื่อสิ่งที่เห็นหรือได้ยินในโลกออนไลน์ โดยยึดหลัก “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์ หากพบว่าถูกแอบอ้าง หรือปลอมบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ ให้รีบดำเนินการ “แจ้งความ รีพอร์ต บอกเพื่อน” เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิทต่อไป ส่วนกรณีได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง