จ่อขึ้นทะเบียน GI "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง-พลวงชมพูฮาลาบาลา"

เศรษฐกิจ
28 ก.พ. 67
17:12
846
Logo Thai PBS
จ่อขึ้นทะเบียน GI "ปลานิลสายน้ำไหลเบตง-พลวงชมพูฮาลาบาลา"
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
นายกฯ ลุยเบตง ชูเมนูเด็ดปลาท้องถิ่น ขึ้นแท่นซอฟต์พาวเวอร์อาหารชายแดนใต้ ด้านกรมทรัพย์สินฯรับลูก เตรียมขึ้นทะเบียน GI ปลา 2 สายพันธุ์ “นิลสายน้ำไหลเบตง” และ “พลวงชมพูฮาลาบาลา” อัตลักษณ์พื้นเมือง

วันนี้ (28 ก.พ.2567) นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และลงไปที่จ.ยะลา เพื่อเดินหน้าสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” และ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

กรมฯจะเร่งผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นสิทธิของชุมชน ผ่านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อยกระดับสินค้าคุณภาพจากชุมชนให้เป็นที่รู้จัก ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน โดยมีตัวแทนกลุ่มเกษตรกรปลานิลสายน้ำไหลเบตงและปลาพลวงชมพูฮาลาบาลาได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน GI กับนายกรัฐมนตรีฯ ซึ่งกรมฯจะนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคำขอ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดยะลา พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” และ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” ปลาน้ำจืดที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดยะลา พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” และ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” ปลาน้ำจืดที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดยะลา พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” และ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” ปลาน้ำจืดที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น

การยกระดับสินค้าชุมชนด้วยระบบ GI จะเป็นโมเดลต้นแบบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในจังหวัด และจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมประมงน้ำจืดของจังหวัดยะลาให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป

สำหรับ ปลานิลสายน้ำไหลเบตง เพาะเลี้ยงมากในบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรีของ อ.เบตง จ. ยะลา และเลี้ยงในบ่อที่มีกระแสน้ำที่ไหลตลอดเวลา ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำสูงกว่าบ่อปลาทั่วไป จึงทำให้ปลานิลสายน้ำไหลเบตงมีลักษณะเด่นคือส่วนหัวเล็ก เนื้อปลาแน่น สีขาวละมุน รสชาติหวาน ไม่มีกลิ่นโคลน ริมฝีปากบนและล่างเสมอกัน ราคาขาย 300 บาทต่อกิโลกรัม

ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา

ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา

ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา

ส่วน ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา เป็นปลาท้องถิ่นหายาก มีพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จากต้นน้ำป่าฮาลาบาลา และเลี้ยงด้วยระบบน้ำไหลจากแหล่งน้ำธรรมชาติ มีลักษณะเด่นคือลำตัวมีสีชมพู ครีบหลังและครีบหางเป็นสีแดง เนื้อปลานุ่มมีสีขาวเหมือนสำลี รสชาติหวานอร่อย เกล็ดมีสารคลอลาเจนจึงนิยมทานทั้งเกล็ด

ปลานิลสายน้ำไหลเบตง

ปลานิลสายน้ำไหลเบตง

ปลานิลสายน้ำไหลเบตง

โดยมีราคาสูงถึง 3,000 – 3,500 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาเลี้ยงอย่างน้อย 2-3 ปี จึงจะสามารถขายได้ โดยปลาทั้ง 2 ชนิด สร้างมูลค่าการตลาดให้กับจังหวัดรวมกว่า 44 ล้านบาทต่อปี

 อ่านข่าวอื่นๆ:

วิกฤตสร้างโอกาส! สร้างกางเกงลายประจำจังหวัดต่อยอดพัฒนาสินค้า

ยกเลิกภาษีนำเข้า อานิสงส์ “FTA ไทย-ศรีลังกา”ดันสินค้าเกษตรโต

รับเทรนด์โลกยุคใหม่ สนค.ดัน Event Tourism ชูวัฒนธรรมย้อนยุค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง