How to "กู้ผิว" กลับมาสวยหลังผ่านสมรภูมิ "เล่นน้ำสงกรานต์"

ไลฟ์สไตล์
13 เม.ย. 67
08:00
1,288
Logo Thai PBS
How to "กู้ผิว" กลับมาสวยหลังผ่านสมรภูมิ "เล่นน้ำสงกรานต์"
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
อย่าได้คิดว่าไปเล่นน้ำสงกรานต์ไม่กี่ชั่วโมงแล้วผิวจะไม่เสีย หน้าจะไม่ดำคล้ำ แต่ถ้าจะไม่ให้ออกไปเล่นน้ำ Let's have a party สักหน่อย ชีวิตก็ไม่จอย ไม่บันเทิงในช่วงหยุดยาวแบบนี้ ปัญหาผิวเสียหลังโดนแดดอาจเสี่ยงถึงมะเร็งผิวหนังได้ ป้องกันไว้ยังไงก็ดีกว่าแก้ !

ไม่เฉพาะเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนเต็มใจไปสู้แดดเท่านั้น แต่ "ครีมกันแดด" หรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ SPF และ PA ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกเพศ ทุกวัย ควรใช้ ก่อนอื่น ! ขอให้ลบล้างความคิดที่ว่าทาครีมกันแดดเฉพาะเวลาต้องออกไปเจอแดดออกไปก่อน เพราะแม้แต่การนั่งในบ้าน หรือนั่งทำงานในออฟฟิส ก็ยังมีโอกาสเจอรังสี UV ที่พากันมาทั้ง UVA UVB ที่ก่อให้เกิดทั้งริ้วรอยและความหมองคล้ำของชั้นผิวหนังได้ 

รู้จัก UV (Ultra Violet) กันก่อนนะ 

การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ (Solar Radiation) เป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของการแผ่รังสีที่ส่องมาถึงโลก โดยประกอบด้วยรังสี UVA UVB และ UVC รวมถึงช่วงคลื่นที่มนุษย์มองเห็น และ รังสีอินฟาเรด แต่รังสีบางส่วนจะถูกดูดซับไว้ในชั้นบรรยากาศ เช่น UVC ที่จะถูกดูดชั้นโอโซนทำลายก่อนที่จะมาถึงผิวโลก แต่ปัจจุบันก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับชั้นโอโซนถูกทำลายไปมาก ก็เสี่ยงที่ UVC จะหลุดรอดลงมาสู่ผิวโลก ซึ่งมีความอันตรายต่อมนุษย์มาก 

ส่วนที่เหลือที่สามารถส่องมาถึงผิวโลกได้ เช่น รังสีอินฟราเรด UVA UVB นั้น รังสีอินฟาเรดจะสามารถเข้าสู่ผิวหนังของมนุษย์ได้แต่จะไม่ถูกดูดซับไว้ จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ แต่ UVA และ UVB สามารถเข้าสู่ผิวหนังและถูกดูดซับไว้ โดยรังสี UVA จะเข้าสู่ผิวหนังลึกสุด และดูดซับมากกว่ารังสี UVB

รังสี UV หากได้รับในระดับต่ำจะมีประโยชน์ต่อการสร้างวิตามินดี และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณมากเกิน จะมีทำลายระบบภูมิคุ้มกัน เนื้อเยื่อ เซลล์ ทำให้ผิวหนังแลดูเหี่ยวย่นจนถึงขั้นระดับรุนแรงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

  • UVB สามารถทำลายดีเอ็นเอ (DNA) และเกิดมะเร็งผิวหนังได้
  • UVA สามารถแทรกสู่ผิวได้ลึก หากสัมผัสในระยะเวลานานและต่อเนื่อง จะทำให้เซลล์ผิวหนังอ่อนล้า เสื่อมเร็ว เหี่ยวย่น จนถึงระดับรุนแรงที่อาจเกิดเป็นเซลล์มะเร็งขึ้นได้
ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

อ่าน : "สงกรานต์" นี้มีเงินใช้แน่ แบงก์สำรองเงินสดกว่าแสนล้านบาท

SPF และ PA เกราะป้องกัน UV ในผิวหนัง

ค่า SPF (Sun Protecting Factor) คือ ค่าความสามารถในการกรองรังสี UVB ของครีมกันแดด ค่า SPF ยิ่งสูงมากเท่าไหร่จะมีประสิทธิภาพในการป้องกัน UVB มากเท่านั้น ซึ่งจะแสดงด้วยตัวเลขตามหลังอักษร SPF แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไม่มีครีมกันแดด หรือ ครีมทาผิวยี่ห้อไหนที่มีมีสารป้องกันรังสีอันตรายได้ 100% 

  • SPF 15 จะกัน UVB ได้ร้อยละ 93 เหมาะแก่การใช้ในชีวิตประจำวัน 
  • SPF 30 จะกัน UVB ได้ร้อยละ 97 เป็นระดับที่สถาบันผิวหนังหลายๆ แห่งในโลกแนะนำให้ใช้เป็นอย่างสูง เหมาะกับการออกไปทำกิจกรรมข้างนอก 
  • SPF 50 จะกัน UVB ได้ประมาณร้อยละ 98 ถือเป็นค่าของ SPF ที่สูงที่สุดแล้ว เหมาะกับผู้ที่ใช้เวลาค่อนข้างมากอยู่กลางแจ้ง 
ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

แพทย์ผิวหนังแนะนำให้เลือกครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างน้อย และหากออกแดดแรงๆ ต้องทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วย นอกจาก SPF แล้ว สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่มักจะเห็นคู่กันบนครีมกันแดดก็คือ PA ตามมาด้วยเครื่องหมายบวก

ค่า PA (Protection Grade for UVA) คือ ค่าความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA นั่นเอง จะใช้เครื่องหมาย + เป็นตัวกำหนดค่าการป้องกัน 

  • PA + จะปกป้องผิวจาก UVA ได้ในระดับต่ำ
  • PA ++ จะปกป้องผิวจาก UVA ได้ในระดับปานกลาง
  • PA +++ จะปกป้องผิวจาก UVA ได้ในระดับสูง
  • PA ++++ จะปกป้องผิวจาก UVA ได้ในระดับสูงสุด

หมายเหตุ : ระดับของประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละประเทศ

หลักในการทาครีมกันแดด

  1. ทาก่อนออกแดดประมาณ 15-30 นาที
  2. บีบครีมให้ยาวประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ 
  3. แต้มครีม 5 จุดลงบนใบหน้า (หน้าผาก, แก้มทั้ง 2 ข้าง, จมูก และ คาง) และ เกลี่ยครีมให้ทั่วหน้า
  4. ควรทาช้ำทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากออกแดดจัด
  5. หลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วง 10.00-14.00 น. เพราะปริมาณรังสี UV ในช่วงนั้นแรง 
ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีค่า SPF หรือ PA สูงสุดอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอไป ผู้เชี่ยวชาญแนะนำควรเลือกครีมกันแดดให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ไม่ควรลืมทากันแดดให้เป็นนิสัย และควรทาซ้ำเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน และควรสวมเสื้อผ้า หมวก แว่นกันแดด เพื่อช่วยป้องกันรังสีต่างๆ อีกทางด้วย

อ่าน : "สงกรานต์" คึกคัก คาดคนแห่เที่ยวภาคกลาง-ประหยัดงบฯ

เตรียมตัวยังไงก่อนเล่นน้ำสงกรานต์ 

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทั้งผิวหน้าและผิวกาย และควรพกติดตัวไว้เพื่อทาซ้ำ เน้นสูตรกันน้ำได้ยิ่งดี 
  • สวมหมวก แว่นกันแดด เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ควรเลือกใส่เสื้อผ้าโทนสีสดใส ไม่ควรใส่เสื้อผ้าโทนสีทึบเพราะจะดูดซับแสงแดด 
  • ไม่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น เพราะผิวจะเจอแดดโดยตรงและทำให้ผิวไหม้ เกิดอาการแสบได้ และยังเสี่ยงถูกลวนลามอีกด้วย 
  • ใครที่ตั้งใจจะเล่นน้ำตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขอให้อย่าเล่นเพลิน แวะพักดื่มน้ำเรื่อยๆ ป้องกันผิวไม่ให้สูญเสียน้ำ
  • ถ้าเล่นน้ำจนเหนื่อย ให้แวะพักในที่ร่ม ช่วยลดโอกาสผิวโดนแดด อย่าไปยืนตากแดดแก้หนาวที่ถูกน้ำสาด
ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

อ่าน : เรื่องเล่าตำนาน "วันสงกรานต์" กับ "ประเพณีสงกรานต์" ใน 4 ภูมิภาค

กู้ผิวยังไงหลังเล่นน้ำสงกรานต์ 

  • หลังเล่นน้ำสงกรานต์เสร็จ ให้อาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย
  • ทาครีมบำรุงผิว เน้นที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ ช่วยบรรเทาอาการผิวแห้งและสูญเสียน้ำ ควรทาทันทีหลังอาบน้ำเสร็จขณะที่ตัวหมาดๆ
  • ถ้าที่บ้านมีว่านหางจระเข้ ลองนำมาปอกเปลือกแล้วทาผิวที่รู้สึกแสบร้อนได้ 
  • ดื่มน้ำสะอาด เติมความชุ่มชื่นให้ผิว
  • กินผลไม้ที่มีวิตามินซี เพื่อเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว 
  • สวมเสื้อผ้าหลวมๆ ลดการเสียดสี เพื่อให้เวลาผิวซ่อมแซมตัวเอง 
ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

อ่าน : มากกว่า "สาดน้ำ" สงกรานต์ทั่วโลกเขาสาดอะไรกัน ?

สูตรฟื้นฟูผิว ทำเองที่บ้านได้ง่ายๆ 

นพ.สรรพงศ์ ฤทธิรักษา ปธ.ศูนย์ข้อมูลยาสมุนไพรการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก แนะนำ 5 วิธีฟื้นฟูผิวอย่างง่ายด้วยการใช้สมุนไพร ดังนี้

สูตร 1 : ว่านหางจระเข้ + ดินสอพอง + น้ำมะนาว + น้ำผึ้ง

  • วุ้นใสจากว่านหางจระเข้บดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ดินสอพองสะตุ (ดินสองพองที่ผ่าน การฆ่าเชื้อแล้ว) 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

ผสมให้เป็นเนื้อเดียว พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำ 2 – 3 ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส จุดด่างดำบนใบหน้าดูจางลง ลดการอักเสบของเซลล์ผิว

สูตร 2 : มะเขือเทศ + น้ำผึ้ง 

  • เนื้อมะเขือเทศบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ให้เป็นเนื้อเดียว

ผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำ 2 – 3 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ผิวหน้ากระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอยบนใบหน้า

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

สูตร 3 : แตงกวา + น้ำผึ้ง 

  • แตงกวา 1 ลูก
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

ปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ลดการอักเสบของเซลล์ผิว

สูตร 4 : ผงขมิ้นชัน + น้ำมะนาว

  • ผงขมิ้นชันบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (บดเองหรือซื้อผงสำเร็จรูปก็ได้)
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

คนให้เป็นเนื้อครีมข้น พอกทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำ 2 – 3 ครั้ง/สัปดาห์ จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดสิวและความมันบนใบหน้า

สูตร 5 : น้ำมะนาว + น้ำผึ้ง

  • น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

ผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำ 2 – 3 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วยผลัดเซลล์ผิว ผิวหน้าดูกระจ่างใส ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ

อ่าน : แต่ละช่วงวัย "นึกถึงอะไร" ในช่วงสงกรานต์

ที่มา : รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์, One and All, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง