"เพื่อไทย" เคลียร์ 17 ข้อดิจิทัลวอลเล็ต-ยันไม่เอื้อเจ้าสัว

เศรษฐกิจ
13 เม.ย. 67
14:11
430
Logo Thai PBS
 "เพื่อไทย" เคลียร์ 17 ข้อดิจิทัลวอลเล็ต-ยันไม่เอื้อเจ้าสัว
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
#ดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 10,000 บาทให้ 50 ล้านคนยังมีหลายคำถาม พรรคเพื่อไทย เคลียร์ 17 ข้อยันไม่ใช่แค่คนเลือกพรรคเพื่อไทยจะได้สิทธิ ไม่เอื้อเจ้าสัว ยันธ.ก.ส.มีสภาพคล่อง

กรณีโซเชียล#ดิจิทัลวอลเล็ต หลังจากรัฐบาลนำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกมนตรี และรมว.คลัง แถลงไทม์ไลน์โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทโดยจะเริ่มไตรมาส 4 ให้กับประชาชน 50 ล้านคน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความเป็นห่วงปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น แต่คิดว่าหลังจากดิจิทัลวอลเล็ต ออกมาจะกระเตื้องขึ้น เพราะตอนนี้เงินในระบบไม่พอ เพราะหลายฝ่ายเป็นห่วงแต่ธนาคารเงินถูกดูดออกไปหมด ไม่มีเงินจะให้กู้

เมื่อถามว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า

ไม่น่าจะมีอะไร เพราะตอนนี้รัฐบาลอาจจะเพิ่มหนี้ชั่วคราว แต่จะมีตัวที่ลดหนี้ของรัฐบาลเข้ามา หนี้เพิ่มทางหนึ่ง ลดทางหนึ่งก็จะเจ๊า

ส่วนที่ว่ารัฐบาลบริหารงาน 7 เดือนแล้ว ถึงเวลาจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่นายทักษิณกล่าวว่า ต้องถามนายกรัฐมนตรี หากนายกฯ อาจทำงานแล้วมองว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง ก็เป็นเรื่องที่นายกฯจะต้องคิดแล้วเสนอพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย

นายทักษิณ ชินวัตร

นายทักษิณ ชินวัตร

นายทักษิณ ชินวัตร

พรรคเพื่อไทยเคลียร์ 17 ข้อสงสัย

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้ออกข้อมูลชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย รวม 17 ประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย โดยระบุว่า ทุกคำถามมีคำตอบ เงื่อนไขรับเงิน Digital Wallet

จากข้อสงสัยที่ประชาชนประชาชนตั้งคำถาม และมีการเผยแพร่ข้อมูลของเงื่อนไขโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโครงการฯ พรรคเพื่อไทยจึงรวบรวมข้อสังเกตและข้อสงสัยต่างๆ มาตอบให้ประชาชนได้ทำความเข้าใจกับการดำเนินโครงการดิจิทัล วอลเลต ณ ที่นี้

Q:เฉพาะคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะได้รับเงินดิจิทัล 10,000

ตอบ ประชาชนสัญชาติไทยจำนวน 50 ล้านคน เกณฑ์ คืออายุเกิน 16 ปี ณ เดือนที่มีการลงทะเบียนไม่เป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 840,000 บาทต่อปีภาษีมีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

Q:คนถือบัตรคนจน ใช้ได้มั้ย?

ตอบ ลงทะเบียนได้ทุกคน แต่ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด

Q:ผู้สูงอายุ ใช้ได้มั้ย

ตอบ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ หากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่โครงการกำหนด

Q:เงื่อนไขเยอะขนาดนี้ จะมีใครได้ใช้ แล้วจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงมั้ย เอาอะไรมาวัด

ตอบ ปัจจุบันคณะกรรมการฯ ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ซึ่งคณะอนุกรรมการจะได้กำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทั้งหมดของโครงการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไป

Q:จำกัดแค่ร้านเล็กในชุมชนเท่านั้น?

ตอบ สามารถซื้อสินค้าในร้านค้าขนาดเล็ก รวมถึงร้านสะดวกซื้อ แต่ไม่รวมห้างค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่ อย่างซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้า ตามนิยามและเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

Q:ร้านค้าขนาดเล็ก (ร้านชุมชน) ขึ้นเงินทันทีไม่ได้ ต้องเอาไปซื้อของต่อ (เค้าสายป่านสั้น) สร้างภาระให้ร้านเล็กมากกว่าหรือเปล่า?

ตอบ เงื่อนไขดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจได้หลายรอบมากขึ้น แม้ร้านค้าขนาดเล็กไม่สามารถถอนเงินสดได้ แต่นำยอดเงินที่มีในแอปพลิเคชันไปใช้จ่ายต่อได้ทันทีกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

Q:ทำแบบนี้ ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ๆ ของเจ้าสัว ก็รวยอยู่ดี แล้วจะช่วยรายย่อยได้จริงหรือ?

ตอบ โครงการออกแบบให้ประชาชนซื้อสินค้าจากร้านค้าขนาดเล็กภายในอำเภอในการใช้จ่ายรอบแรก และร้านค้าขนาดเล็กดังกล่าวสามารถใช้จ่ายต่อกับร้านค้าทุกประเภทได้ จึงเกิดประโยชน์กับร้านค้าขนาดเล็กในชุมชนเป็นหลัก

Q:รายย่อยที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จะทำยังไง จะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการนี้

ตอบ ร้านค้าขนาดเล็กตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ แต่หากไม่อยู่ในระบบภาษี จะไม่สามารถถอนเงินสดจากโครงการได้

Q:ยังมีรัศมีบังคับใช้อยู่มั้ย หรือใช้ที่ไหนก็ได้

ตอบ การใช้จ่ายของประชาชนกับร้านค้าจะต้องใช้จ่ายภายในอำเภอ การใช้จ่ายของร้านค้ากับร้านค้าไม่จำกัดพื้นที่

Q:ทำไมต้องทำ Super App ใหม่ ไม่ใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
ตอบ คณะกรรมการฯ มีเป้าหมายพัฒนาระบบของโครงการฯ ให้เป็น Super App ของรัฐบาล โดยพัฒนาให้สามารถใช้จ่ายได้กับธนาคารอื่นๆ ในลักษณะ Open Loop ด้วย

Q: งบทำ Super App เป็นช่องโหว่ ให้เกิดการทุจริตได้

ตอบ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

Q:ไหนบอกไม่กู้เงินไง?

ตอบ เป็นการบริหารจัดการงบประมาณจาก 3 แหล่ง ได้แก่ การบริหารจัดการงบประมาณปี 2567 : 175,000 ล้านบาทการดำเนินโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐ : 172,300 ล้านบาท งบประมาณปี 2568 : 152,700 ล้านบาท

Q:ธ.ก.ส.มีเงินจำกัด มีสภาพคล่องจากเงินฝาก 100% ที่ 1.8 ล้านล้าน ตอนนี้มีสินเชื่อแล้ว 1.2 ล้านล้าน สภาพคล่องไม่ได้เยอะขนาดนั้น

ตอบ ปัจจุบัน ธ.ก.ส. มีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดำเนินโครงการฯ และสามารถระดมเงินฝากเพิ่มเติมได้เมื่อมีความจำเป็น

Q: ธ.ก.ส. เป็น ATM ของรัฐบาลทุกสมัย
ตอบ ธ.ก.ส. เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะเพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐ ดังนั้น หากรัฐบาลมีนโยบายที่จำเป็นต้องดำเนินการผ่าน ธ.ก.ส. และอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ก็สามารถดำเนินการได้

Q: ใช้งบประมาณเยอะขนาดนี้ สร้างหนี้สาธารณะในอนาคต เป็นภาระประชาชน
ตอบ โครงการฯ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาภาระค่าครองชีพ ยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศ

Q: คนที่ไม่ได้เงินจากโครงการนี้จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง
ตอบ แม้จะไม่ได้รับเงินจากโครงการฯ แต่เมื่อโครงการฯ เริ่มดำเนินการแล้ว จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 5 แสนล้านบาท จะช่วยให้เกิดการใช้จ่าย การลงทุน การผลิต การจ้างงานในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

Q: มีระยะเวลาในการใช้จ่ายมั้ย
ตอบ โครงการฯ จะเริ่มให้ประชาชนใช้จ่ายประมาณไตรมาสที่ 4 ปี 2567 สำหรับระยะเวลาและเงื่อนไขต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้จ่ายในโครงการ คณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการฯ จะได้มีการกำหนดรายละเอียดและประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง