"เศรษฐา-ปานปรีย์" ลุยแม่สอดพรุ่งนี้ ยันมีแผนรับผู้อพยพ

การเมือง
22 เม.ย. 67
13:42
290
Logo Thai PBS
"เศรษฐา-ปานปรีย์" ลุยแม่สอดพรุ่งนี้ ยันมีแผนรับผู้อพยพ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"ปานปรีย์" ชี้ไทยมีแผนรองรับผู้อพยพสู้รบเมียนมา ศูนย์อพยพพร้อม นัดถกรับมือสถานการณ์ ก่อนลงพื้นที่แม่สอด พร้อมนายกรัฐมนตรี พรุ่งนี้ (23 เม.ย.) แม่ทัพภาค 3 จับตา "บีจีเอฟ" ตัวกลางเจรจาเมียนมา-กะเหรี่ยง

วันนี้ (22 เม.ย.2567) นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ว่า จากรายงานล่าสุดช่วงเย็นเมื่อวานนี้ มีผู้หนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมาอพยพเข้ามาประเทศไทยประมาณ 2,800 คน และเดินทางกลับไปแล้วประมาณ 1,200 คน

ส่วนสถานการณ์ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่ได้รับรายงาน โดยในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) จะมีการประชุมของคณะกรรมการรับมือสถานการณ์เมียนมา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ขณะที่ในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ จะมีการลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ

ยืนยันว่าประเทศไทยได้มีการเตรียมแผนทั้งระยะสั้น และระยะยาวไว้หมดแล้ว และได้มีการเตรียมแผนไว้นานแล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดสถานการณ์ ก็พร้อมรับทันที ซึ่งเห็นได้จากประชาชนที่อพยพเข้ามาประเทศไทย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็สามารถรองรับได้หมด

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทางประเทศไทยก็ได้รับเข้ามาดูแล ยืนยันว่าศูนย์อพยพของไทยไม่จำเป็นต้องร้องขอเพิ่มเติมแต่จะปรับปรุงและทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

อ่านข่าว ชาวเมียนมาหนีภัยสู้รบเดินทางกลับ หลังไม่มีเหตุปะทะ

รอ "บีจีเอฟ" ตัวกลางเจรจาเมียนมา 

ด้านพล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3  กล่าวว่า หลังจากกองกำลังบีจีเอฟ เป็นตัวกลางในประสานงานในการพูดคุย ระหว่างเมียนมากับกองกำลังกะเหรี่ยง ที่บริเวณหัวสะพาน ทำให้สถานการณ์ปะทะเบาบางลงและรอการเจรจาส่วนของไทยไม่อยากให้มีการสู้รบเพราะจะเกิดการสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย

ผลการเจรจาจะออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนกำลังที่จะเคลื่อนย้ายเข้ามาในเมียวดียังมาไม่ถึง ส่วนประชาชนเมียนมาที่อพยพเข้ามาไทย บางส่วนกลับไปบ้านแล้วเหลือเพียง 1,000 กว่าคน
ผู้อพยพบางส่วนเดินทางกลับประเทศเมียนมา

ผู้อพยพบางส่วนเดินทางกลับประเทศเมียนมา

ผู้อพยพบางส่วนเดินทางกลับประเทศเมียนมา

พล.ท.ประสาน กล่าวว่า ตอนนี้การเดินทางข้ามแดนยังเป็นไปตามปกติ แต่ติดที่ตม.ของเมียนมา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ซึ่งได้แจ้งเตือนให้ระมัดระวังเรื่องกระสุนที่มีกระสุนมาทางฝั่งไทย และประชาชนยังกังวลเรื่องความปลอดภัย

เมื่อถามว่าจะคัดกรองคนที่ข้ามมาอาจมีกลุ่มคนที่เป็นทุนสีเทาแอบแฝงเข้ามาอย่างไร พล.ท.ประสาน  กล่าวว่า มีมาตรการคัดกรอง และคนที่เข้ามาต้องไม่ถืออาวุธ และมีการทำประวัติก่อนเข้าพื้นที่อพยพ

เพื่อนบ้านทะเลาะกัน เราก็ต้องได้รับผลกระทบแต่เราต้องช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม และคนที่จะเข้ามาต้องผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ส่วนคนที่เข้ามาจุดอื่นถือว่าผิดกฎหมาย  

อ่านข่าวอุทยานฯ แก่งกระจาน พบ "เสือโคร่ง" ตัวใหม่ KKT-006M

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข

ชาวเมียนมาบาดเจ็บ 41 คน-จัด 6 รพ.รองรับ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่โรงพยาบาลแม่สอด และตรวจเยี่ยมให้กำลังทีมแพทย์ กล่าวว่า คืนวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลแม่สอดมีการประกาศแผนฉุกเฉิน เป็นแผนด้านการรองรับผู้ป่วยหมู่ เนื่องจากมีผู้ป่วยส่งเข้ามาพร้อมกันถึง 22 คน เป็นแผนรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินตามปกติของโรงพยาบาล มี 3 ระดับ คือ รุนแรงสูงสุด มีผู้บาดเจ็บหนัก 7 คน ผู้ป่วยมากกว่า 20 คน รุนแรงปานกลาง มีผู้บาดเจ็บหนักน้อยกว่า 7 คน ผู้ป่วยรวมมากกว่า 10 คน แต่ไม่เกิน 20 คน และระดับรุนแรงน้อย เมื่อให้การดูแลผู้ป่วยเรียบร้อยแล้วก็จะยุติแผนฉุกเฉิน

สำหรับผู้ป่วยมีผู้รับบาดเจ็บต้องรับการผ่าตัดรวม 41 คน เมื่อผู้ป่วยดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลได้ จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงรับไปดำเนินการดูแลต่อ

นอกจากนี้ แผนรองรับผู้ป่วยได้จัดเตรียมห้องผ่าตัดและเตียงโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัด ได้แก่ รพ.สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รพ.พบพระ รพ.แม่ระมาด รพ.ท่าสองยาง รพ.อุ้มผาง และรพ.แม่สอด รวมห้องผ่าตัด 19 ห้อง และไอซียู 36 เตียง กรณีมีการผ่าตัดมากกว่า 4 คน จะส่งต่อในจังหวัด และหากมากกว่า 10 คน จะพิจารณาส่งต่อในเขตและจังหวัดใกล้เคียง

ส่วนบริเวณพื้นที่ปลอดภัย ได้จัดพยาบาลและเจ้าหน้าที่ประจำทุกวันๆ ละ 3 คน และแพทย์โรงพยาบาลแม่สอดให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน และได้จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ไว้รองรับ

ขณะที่ด้านสุขาภิบาล น้ำกินจะใช้แบบบรรจุขวดเท่านั้น ส่วนน้ำใช้ มีการตรวจวัดและเติมคลอรีนในน้ำ ให้คำแนะนำตรวจสอบอาหารทุกมื้อ แนะนำการจัดการขยะ และจัดอาสาสมัครในกลุ่มผู้หนีภัยฯ ช่วยจัดการขยะในพื้นที

อ่านข่าวอื่นๆ

เลื่อนคดี "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้องหมิ่นสื่อ-อัจฉริยะ 8 ก.ค.นี้

"พิพัฒน์" แย้มบิ๊กเซอร์ไพรส์ค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ 1 พ.ค.

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง