"ราชทัณฑ์" แจงหลัง "ทนาย" ขอวงจรปิด ขณะแพทย์รักษา "บุ้ง"

อาชญากรรม
24 พ.ค. 67
18:15
485
Logo Thai PBS
"ราชทัณฑ์" แจงหลัง "ทนาย" ขอวงจรปิด ขณะแพทย์รักษา "บุ้ง"
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"กรมราชทัณฑ์" แจง หลังทนายขอข้อมูลวงจรปิด ขณะแพทย์รักษา "บุ้ง ทะลุวัง"

วันนี้ (24 พ.ค.2567) กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารชี้แจงกรณี นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ หรือ ทนายด่าง และ น.ส.วีรดา คงธนกุลโรจน์ ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจ ได้เดินทางไปขอข้อมูลภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ ทำการตรวจรักษา น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง นั้น

อ่านข่าว : รพ.ราชทัณฑ์ไม่ให้ไฟล์ภาพ "บุ้ง ทะลุงวัง" เสียชีวิต ทนายจี้ "ทวี" ดู

กรณีดังกล่าวทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้แจ้งให้ทนายความได้รับทราบว่า ยังไม่สามารถส่งมอบข้อมูลภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดภายในทัณฑสถานโรงพยาบาลฯ แก่ทนายความของ น.ส.เนติพร ตามที่ร้องขอได้

เนื่องจากเป็นกรณีที่ต้องพิจารณาให้เกิดความถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นธรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งปรากฏอยู่ในภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิด ได้แก่ สิทธิส่วนบุคคลของผู้ต้องขังซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ และสิทธิส่วนบุคคลของบุคลากรทางการแพทย์ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจรักษาในขณะเกิดเหตุ รวมทั้งภาพไม่เหมาะสมในช่วงเวลาที่กำลังตรวจรักษาอาการเจ็บของผู้ป่วย

โดยกรณีสิทธิส่วนบุคคลดังกล่าว ถือเป็นกรณีละเอียดอ่อนซึ่งหากเผยแพร่ไปสู่สาธารณะอาจเป็นฐานข้อมูลและคงอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตหรือโลกโซเชียล (ดิจิทัลฟุตพริ้นท์) โดยไม่ปรากฏหลักประกันว่าแม้ระยะเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็อาจจะไม่สามารถนำออกจากระบบดังกล่าวได้

อีกทั้งยังเป็นการยากที่จะตรวจสอบได้ว่าข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในระบบโซเชี่ยลมีเดียหรือไม่ ดังนั้น จึงถือเป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียชีวิต ญาติผู้เสียชีวิต บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ต้องขังอื่นที่ปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิด รวมถึงอาจเกิดความเสียหายแก่ทางราชการในด้านของการควบคุม และตรวจรักษาผู้ต้องขังภายในเรือนจำ

ดังนั้น กรมราชทัณฑ์ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องแจ้งการพิจารณาให้ข้อมูลดังกล่าวแก่บิดามารดาของผู้เสียชีวิต และเรียนเชิญนัดหมายให้ไปตรวจสอบและปรึกษาหารือร่วมกันกับทางทัณฑสถานฯ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมที่ไม่กระทบต่อครอบครัวและบุคคลอื่น

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการเปิดเผยข้อมูลภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดตามที่ทนายความร้องขอได้หรือไม่ อย่างไรนั้น ต้องถือปฏิบัติตามหลักการที่จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอื่น และของผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยซึ่งอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ ที่กำหนดไว้ตาม ม.15 (5) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 ประกอบกับ ม.7 แห่งพระราชบัญญัติ สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550

ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิของผู้ที่ยื่นขอข้อมูลดังกล่าวที่จะอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น และขอให้ติดตามข้อมูล ทางการแพทย์และผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องไม่คลาดเคลื่อน

อ่านข่าว : ผลชันสูตรเด็กตาย 3 ศพวัดสวนแก้วพบ "เขม่าควัน" ในปอด

ขีดเส้น 15 วัน สอบปมสำนักพุทธฯ ขอนแก่น เรียกเงินค่าใบรับรองวัด

เราจะรู้อะไรบ้างจากเดือนแห่งความภาคภูมิใจ Pride Month 2024

ข่าวที่เกี่ยวข้อง