"ทองคำ" ผันผวน ตลาดจับตาประชุมเฟด แนะตัดขาย 40,000 บาท

เศรษฐกิจ
12:52
จำนวนผู้ชม 1,397
"ทองคำ" ผันผวน ตลาดจับตาประชุมเฟด แนะตัดขาย 40,000 บาท
ราคาทองคำผวนผวน ตลาดจับตาผลประชุมเฟด 11-12 มิ.ย.นี้ "ฮั่วเซ่งเฮง" ชี้ แนวโน้มราคาทองคำแท่ง ยังคงมีโอกาสปรับตัวลง แนะตัดขายหากหลุด 40,000 บาท

วันนี้ (11 มิ.ย.2567) เว็บไซต์ "ฮั่วเซ่งเฮง" รายงานสถานการณ์ราคาทองคำ ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาราคาทองคำเริ่มฟื้นตัว หลังจากปรับตัวลงแรงเมื่อวันศุกร์ ซึ่งมีแรงซื้อทองคำเข้ามา ถึงแม้ว่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรอติดตามข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ และการประชุมเฟดในสัปดาห์นี้ รวมถึงเฟดจะเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจ และการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม

ภาพประกอบข่าว

ขณะที่นักลงทุนรอติดตามประกาศตัวเลขเงินเฟ้อในคืนวันพรุ่งนี้ คาดลดลงเล็กน้อย แนะนำใช้กลยุทธเชิงรับรอ Long สัญญา GF10M24 ที่ 40,250 บาท โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 40,800 บาท และตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับสำคัญที่ 40,000 บาท

ทั้งนี้ ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์ราคาทองว่า แม้ว่าราคาทองคำจะฟื้นตัวขึ้น แต่ยังไม่ถึงครึ่งของแท่งเทียนก่อนหน้า ทั้งนี้หากราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นแต่ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 2,325-2,330 ดอลลาร์ อาจมีแรงเทขายบริเวณดังกล่าว โดยราคาทองคำมีแนวต้าน 2,325-2,330 ดอลลาร์

สำหรับราคาทองตลาดโลกแนวรับ : 2,300 และ 2,285 ดอลลาร์ แนวต้าน : 2,325 และ 2,330 ดอลลาร์หากราคาทองคำยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 2,325-2,330 ดอลลาร์ แนะนำเปิดสถานะขาย บริเวณราคา 2,325-2,330 ดอลลาร์ โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 2,335 ดอลลาร์ ส่วนการเข้าซื้อทองคำให้ Wait & See ไปก่อน

ภาพประกอบข่าว

ส่วนราคาทองคำแท่ง 96.5% แนวรับ : 40,100 และ 39,950 บาท แนวต้าน : 40,350 และ 40,400 บาท โดยราคาทองคำโลกฟื้นตัว และเงินบาทอ่อนค่าหนุนราคาทองคำแท่งปรับตัวขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาทองคำแท่งยังคงมีโอกาสปรับตัวลงได้ต่อ และมีโอกาสที่ราคาทองคำแท่งจะปรับตัวลงหลุด 40,000 บาท หากเข้าซื้อทองคำแท่งให้ Wait & See ไปก่อน

สำหรับราคาทองวันนี้บวก 50 บาท ก่อนปรับตัวลง 50 บาท(ครั้งที่ 2 ) ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 40,100 บาท และราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 40,000 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 40,600 บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 39,279.56 บาท ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 2,302 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 36077 บาทต่อดอลลาร์

โดยราคาทองรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ 500 บาท มีราคาดังนี้ ทองครึ่งสลึง ราคาขาย 5,513 บาท ทอง 1 สลึง ราคาขาย 10,525 บาท ทอง 2 สลึง/50 สตางค์ ราคาขาย 20,550 บาท และทอง 1 บาท ราคาขาย 40,600 บาท โดยเดือนมิ.ย.ภาพรวมราคาทองติดลบ 700 บาท

ภาพประกอบข่าว

ด้าน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.50-37.20 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 36.51 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 36.32-36.70 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ยกเว้นเงินเยนและฟรังก์สวิสในสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยในช่วงแรกอัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยิลด์)สหรัฐฯลดลงตามข้อมูลที่สร้างความหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจลดความร้อนแรง ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 5 ปี จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.00% สู่ 3.75%

แม้อีซีบียอมรับว่าแรงกดดันด้านราคาอาจจะสูงเกินเป้าหมายไปอีกหนึ่งปี และผู้กำหนดนโยบายไม่ส่งสัญญาณใดๆเกี่ยวกับการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 18 ก.ค. อีซีบีมองว่ามีโอกาสน้อยสำหรับการลดดอกเบี้ยลงอีกในเดือนหน้า หลังข้อมูลค่าจ้างและเงินเฟ้อในภาคบริการออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด
ภาพประกอบข่าว

โดยจุดสนใจของตลาดอยู่ที่การประชุมอีซีบีเดือนก.ย. ทั้งนี้บอนด์ยิลด์สหรัฐฯลดช่วงลบท้ายสัปดาห์ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานออกมาสดใสเกินคาด หนุนค่าเงินดอลลาร์ขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 6,045 ล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 2,415 ล้านบาท

จุดสนใจหลักของนักลงทุนจะอยู่ที่ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ของสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)วันที่ 11-12 มิ.ย. ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50% และประมาณการดอกเบี้ย (Dot Plot) ชุดใหม่
ภาพประกอบข่าว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เฟดมีแนวโน้มส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเพียง 1-2 ครั้งในปีนี้ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังร้อนแรง นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.1% ในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. และอาจสื่อสารเกี่ยวกับการชะลอความเร็วในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างยืดหยุ่นและค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับปัจจัยในประเทศ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ในการประชุมวันที่ 12 มิ.ย. ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังสอดคล้องกับที่กนง.ได้เคยประเมินไว้ ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI)เดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 1.54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยถือเป็นการกลับเข้ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน จากราคาพลังงาน ผักสดและไข่ไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้น

อ่านข่าว:

ครม.เห็นชอบเงินรางวัล "สลาก 3 หลัก" งวดไหนไม่มีผู้ถูกสมทบงวดถัดไป

หอการค้าชี้"บอลยูโร" ทำเงินสะพัด 8 หมื่นล้าน เศรษฐกิจขยาย 5%

วิกฤติโคเนื้อราคาตกต่ำ ความสิ้นหวังของเกษตรกร