เปิด 2 ดีลลับ สกัด "บิ๊กโจ๊ก" เดินสายฟ้องเอาคืนคน (ใน) ทุ่งปทุมวัน

อาชญากรรม
25 มิ.ย. 67
16:51
11,685
Logo Thai PBS
เปิด 2 ดีลลับ สกัด "บิ๊กโจ๊ก" เดินสายฟ้องเอาคืนคน (ใน) ทุ่งปทุมวัน
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)

ความขัดแย้งภายในทุ่งปทุมวัน ยังร้อนระอุ แม้ก่อนหน้านี้ นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงสยบศึกระหว่าง "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในยกแรก

โดยให้ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กลับมาปฎิบัติหน้าที่ ผบ.ตร.ตั้งแต่เมื่อ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วน "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังอยู่ในสถานะ ระหว่างรอนำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ออกจากราชการไว้ก่อน

และการจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะต้องมีการตรวจสอบว่าทำถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่

หลังนายวิษณุ ออกมาชี้ถึงผลสอบที่ไม่ได้ข้อยุติเพียง 5 วันให้หลัง "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก็เดินหน้าชน ประกาศขู่ฟ้อง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 ฟ้อง "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในข้อหาหมิ่นประมาท

และยื่นฟ้อง "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.ขณะปฏิบัติหน้าที่ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ "บิ๊กโจ๊ก" ออกจากราชการไว้ก่อน กล่าวคือ "เซ็นพ้นราชการมิชอบ" โดยเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช)

โดยมีตัวแถม ผู้ให้ความเห็นทางด้านกฎหมาย ผู้บัญชาการสำนักกฎหมายและคดี ผู้บังคับการกองวินัยในความผิดมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พ่วงตามไปด้วย

"ผมกลับมาเป็นรอง ผบ.ตร. ไม่ใช่รักษาราชการแทนแล้ว แต่ในกระบวนการพิจารณาเป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไปทำเรื่องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.ตร.) จากนี้ไปก็รอคณะกรรมการพิจารณา....คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนขัด พ.ร.บ.ตำรวจ หรือไม่ เป็นการมองคนละมุม ที่บอกว่าไม่ถูกต้อง เพราะใช้กฎหมายเก่า การนำ พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 มาบังคับใช้เพราะถือเป็นกฎหมายพื้นฐาน ดังนั้นจึงขอให้รอดูข้อเท็จจริง" บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุ หลังจากทราบว่า "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะฟ้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ในขณะที่ช่วงเช้าวันนี้ (25 มิ.ย.) "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังแรงดี ไม่มีตก เดินทางไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นฟ้องคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นายหนึ่ง ยศ พล.ต.อ. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น

เพื่อตรวจสอบประเด็นความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีให้สัมภาษณ์พาดพิงในลักษณะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเว็บพนันออนไลน์หลังศาลอนุมัติหมายจับในคดีดังกล่าว

มีรายงานระบุว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จำต้องเดินหน้าชน ส่วนหนึ่งมาจากผลการตัดสินของ คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ อนุ ก.ตร. เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย ได้นำความเห็นกรณี กฤษฎีกาตีความคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มาหารือ และคณะกรรมการ

มีความเห็นว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีกรณีถูกกล่าวหา ว่ากระทำความผิดวินัยร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ จนถูกดำเนินคดีอาญา หากยังให้อยู่รับราชการในหน้าที่ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

ดังนั้น การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ออกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2565 และ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการ และการสั่งให้ออกจากราชการไว้ ปี 2547 เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยระเบียบและกฎหมายทุกประการ นอกจากนี้ข้อสังเกตของกฤษฎีกา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ตร. มิได้เป็นผู้หารือ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานระบุว่า ในคณะอนุฯ ก.ตร.วินัย ที่มี พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานฯได้สรุปผลการพิจารณาครั้งนั้นพิจารณา และมีมติพร้อมคำสั่งให้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน และให้ "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.ชอบด้วยกฎหมาย

ท่ามกลางกระแสเดือดในกรมปทุมวันว่า มี "ดีลลับ" เกิดขึ้น เพื่อต้องการสกัด "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ให้ไปสู่ตำแหน่ง ผบ.ตร. จึงเป็นเหตุให้มีการยื่นฟ้อง ก.ตร. ยศ พล.ต.อ.คนดังกล่าว

แม้ล่าสุดทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ทำหนังสือถึง "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ให้มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบและขอให้ยกเลิกคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 177/2567 และ178/2567 แล้วก็ตาม

สำหรับ "ดีลลับ" ที่ถูกระบุ พบว่า มีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องในหลายวงการ และหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นายตำรวจทั้งในและนอกราชการ ทนายความ นักกฎหมาย และนายทุนใหญ่ ซึ่งมองข้ามไม่ได้ เนื่องจากถือว่าเป็น "ดีลต่างตอบแทนและสมประโยชน์" ด้วยกันทุกฝ่าย

โดยดีลแรก เป็นข้อเสนอจากฝ่ายการเมือง ให้มีการหย่าศึกระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ โดยให้ทั้งสองคน กลับมาทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตามเดิม และจะมีให้ยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการ เพื่อให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับมาทำงานอีกรอบ

หากไม่มีอะไรผิดพลาด จะเสนอให้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ขึ้นสู่อำนาจ และนั่งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต่อจาก "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการ ในเดือน ก.ย.นี้

แต่ดีลนี้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องแลกมาด้วย การช่วยฝ่ายการเมืองเรื่องการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งแม้จะไม่ใช่นักการเมือง ทว่า "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้รับความนิยมจากชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่ดีลนี้น้ำหนักจะเบาบางกว่า ดีลล่าสุด ที่เพิ่งถูกปล่อยออกมาหมาดๆ

โดยดีลที่ว่านี้ เกิดจากคนในแวดวงสีกากีด้วยกัน ซึ่งในอดีตเคยที่มีความสนิทชิดเชื้อกับ "บิ๊กบอส" ใหญ่ฝ่ายการเมือง บนโต๊ะเจรจาในวงรับประทานอาหาร โดยมีการชักชวนแคนดิเดตคนสำคัญไปด้วย อีกทั้งในวงนั้น ได้มีผู้สนับสนุนให้คนในคนหนึ่ง ให้ก้าวขึ้นมาเบอร์ 1 ของกรมปทุมวัน

ภายใต้ดีลที่ว่า หลังจากได้ก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.ตร.แล้ว ก็ขอให้ส่งต่ออำนาจในทางลับให้อดีตข้าราชเกษียณเป็นผู้จัดทำโผแต่งตั้งโยกย้าย การจัดซื้อจัดจ้าง ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนรายใหญ่

ข้อตกลงที่มีการเสนอในดีลล่าสุด คือ หากเป็นไปตามนี้ ก็จะมีการถอนวาระการประชุม ก.ตร.ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ออกไป และอาจมีการมอบหมายให้ "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ออกคำสั่งยกเลิก คำสั่งที่ "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.ในขณะนั้น สั่งให้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน

ขณะที่ "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ตอบคำถามนักข่าว เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.หลังจากถูกถามว่า ยังมั่นใจว่าจะได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนต่อไปหรือไม่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ หัวเราะและบอกว่าไม่เคยคิดแบบนั้น

"...และขออย่าใช้คำว่ามั่นใจ ...ขนาดจะคิดยังไม่กล้าคิดเลย และไม่มีสัญญาใจใด ๆ คิดอย่างเดียวว่า ได้รับหน้าที่อะไรก็ทำให้ดีที่สุด ส่วนที่มองว่า ถูกทิ้งให้ตายเดี่ยว... เกิดมาก็ตายเดี่ยว ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย ไม่มีใครหลุดพ้นความตาย ผมปฏิบัติตามหลักนิติธรรมเพื่อองค์กร พร้อมรับทุกอย่างอยู่แล้ว”

โปรดอย่ากะพริบตา อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในวันพรุ่งนี้ ( 26 มิ.ย.) การประชุมประชุม ก.ตร. ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งถูก "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ขู่ฟ้อง 157 ด้วย จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร.ว่า ที่สุดแล้วจะได้ข้อสรุปและสามารถยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างศึกสีกากีในทุ่งปทุมวันได้หรือไม่..

รายงาน : ดนิตา ศรีสุวรรณ บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม ไทยพีบีเอส

อ่านข่าว :

“บิ๊กโจ๊ก” ยื่น ผบ.ตร.เพิกถอนคำสั่งให้ออกราชการ-สั่งกลับเข้ารับตำแหน่ง

"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้าฟ้องหมิ่นฯ 1 ใน ก.ตร. เหตุใส่ร้ายเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์

"บิ๊กเต่า" ย้ำทำตามหน้าที่ไม่กังวลหากถูก "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้อง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง