ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

"กัญจนา" ควัก 1 ล้านตั้งกองทุนกันยาวิจัย "เฮอร์ปีส์ไวรัสช้าง"

"กัญจนา" ควัก 1 ล้านตั้งกองทุนกันยาวิจัย "เฮอร์ปีส์ไวรัสช้าง"
อ่านให้ฟัง
05:23อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
สัตวแพทย์ไขคำตอบ "โรคเฮอร์ปีส์ไวรัสช้าง" น่ากังวล หลังพรากลูกช้าง "พังกันยา" ยอมรับยังไม่มียารักษา พบแนวโน้มสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 8 เชือก"กัญจนา" ควัก 1 ล้านบาทตั้งกองทุนกันยาวิจัยโรค

กรณีลูกช้าง "พังกันยา" ช้างป่าพลัดหลงป่วยตายด้วยโรคเฮอร์ปีส์ไวรัสในช้าง เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นโรคไวรัสที่มีความอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตในกลุ่มช้างอายุน้อยหรือลูกช้าง

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2567 ควาญช้าง และสัตวแพทย์โรงพยาบาลช้าง สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง ทำพิธีตามความเชื่อหลังช้างพังกันยา อายุ 13 เดือน ที่ป่วยด้วยโรคเฮอร์ปีส์ไวรัส หลังสัตวแพทย์ให้การรักษาด้วยการให้ยาและเลือด แต่อาการไม่ดีขึ้น และตายลงเมื่อคืนวานนี้ 

อ่านข่าว เฮอร์ปีส์ไวรัสพรากลูกช้างป่า "กันยา" กลับดาวช้าง

หลังจากนี้ สัตวแพทย์จะผ่าพิสูจน์สาเหตุ ตามระเบียบราชการ เพราะพังกันยาเป็นช้างของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก่อนจะฝังซากภายในสุสานช้าง

นายธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสมาพันธ์ช้างไทย กล่าวว่า ทีมสัตวแพทย์ พยายามให้การรักษาพังกันยา อย่างเต็มที่ แต่เชื้อเฮอร์ปีส์ไวรัสในตัวพังกันยาอยู่ในระดับไทด์ 4 ซึ่งมีความรุนแรง ทำให้เกล็ดเลือดลดลงรวดเร็ว ยากต่อการรักษา

หลังพังกันยาตาย ทางทีมงาน Patara Elephant Conservation ที่ดูแลพังกันยาใน จ.เชียงใหม่ เตรียมตรวจโรคลูกช้าง 2 ตัว ที่ใกล้ชิดพังกันยา รวมทั้งฆ่าเชื้อในคอกที่พังกันยาเคยอาศัยอยู่

มีการเพิ่มกระบวนการตรวจช้างให้ถี่ขึ้น ทั้งช่วงเช้า กลางคืนดูสภาพอาการช้างพฤติกรรม การกิน ความร่าเริง และคอกของกันยาต้องพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อป้องกันเชื้อ

รู้จักวายร้ายโรคเฮอร์ปี่ไวรัสในช้าง

ด้านนายสัตวแพทย์ ฉัตรโชติ ทิตาราม ผอ.ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า โรคเฮอร์ปีส์ไวรัส ถือว่ามีความรุนแรง สำ หรับช้างเด็ก โดยเชื้อนี้ติดมากับช้างทุกตัว และมักแสดงอาการในช่วงเปลี่ยนฤดู

ในประเทศไทยมีช้างป่วยด้วยโรคนี้ปีละประมาณ 8 เชือก ยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่มีอัตราการรักษาหายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเจ้าของช้างและควาญควรดูแลช้างเด็กอายุแรกเกิดจนถึง 4 ปีอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นช่วงที่มีภูมิคุ้มกันน้อย

ลูกช้างที่ติดเฮอร์ปีส์ไวรัส จะมีอาการหน้าบวม ซึม และพฤติกรรมต่างผิดปกติ มีไข้สูง ที่ชัดเจนลิ้นจะกลายเป็นสีม่วง เนื่องจากมีเชื้อไวรัสเข้าร่างกาย และไปทั่วร่างกายทั้งหัวใจ ปอด ตับ ม้าม

ในประเทศไทยมีช้างป่วยด้วยโรคนี้ ปีละประมาณ 8 เชือก และยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่มีอัตราการรักษาหายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเจ้าของช้างและควาญควรดูแลช้างเด็กอายุแรกเกิดจนถึง 4 ปีอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นช่วงที่มีภูมิคุ้มกันน้อย

ตั้งแต่ปี 2498 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีช้างป่วยด้วยโรคเฮอร์ปีส์ไวรัส 140 เชือก ตาย 89 เชือก และรักษาหาย 51 เชือก ขณะนี้มีบริษัทในต่างประเทศ 3 แห่ง กำลังพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อนี้ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทดสอบกับช้าง

อ่านข่าว อาการวิกฤต "ลูกช้างกันยา" ป่วย EEHV ให้เลือดดูแลใกล้ชิด

"กัญจนา" ตั้งกองทุนกันยารำลึก 1 ล้าน

ขณะที่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา หนึ่งในผู้ที่สนับ สนุนการดูแลพังกันยา หลังจากที่พบหลงจากแม่มาอย่างต่อเนื่อง โพสต์เฟซบุ๊ก NuNa Silpa-archa ระบุว่า เพื่อรำลึกถึงกันยาน้อย (ที่รักมาก) โดยคุยกับนายสัตวแพทย์ ทวีโภค อังควานิช หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ (อ.อ.ป.) ว่า จะตั้ง "กองทุนกันยารำลึก” เพื่อสนับ สนุนให้คุณหมอทั้งหลาย ได้ทำการศึกษาวิจัยหาวิธีรับมือกับโรค EEHV ด้วยหวังว่าในอนาคตจะมีวิธีการรักษามีตัวยาที่จะช่วยชีวิตลูกช้างให้รอดชีวิตจากไวรัสร้ายนี้ได้

โดยจะเปิดบัญชีชื่อ “กองทุนกันยารำลึก” โดยจะใส่เงินให้ก่อน 1 ล้านบาท 
เมื่อหมอมีโครงการก็จะทำเรื่องเบิกขอใช้เงินกองทุนนี้ ส่วนที่ไม่ทำเป็นกองทุนในคชบาล เพราะระบบราชการจะไม่คล่องตัว ถ้าต่อไปเงินไม่พอก็จะเพิ่มให้อีก 

นอกจากนี้ เมื่อเปิดบัญชีแล้วจะบอกเลขบัญชีในเฟซบุ๊ก เผื่อว่าจะมีแม่ๆ อยากสมทบ และหากมีเงินสมทบจากท่านอื่น โดยจะแจงยอดรายรับ รายจ่ายให้ทราบทางเฟสอย่างชัดเจนสม่ำเสมอ

อ่านข่าวอื่นๆ

เฮอร์ปีส์ไวรัส ภัยร้ายที่คนเลี้ยงช้างต้องเฝ้าระวัง

อาลัย "พิทักษ์ป่า" ช็อกตายกลางป่าลึกทับลานลำเลียงศพ 5 ชม.

ทช.ทดลองวางแปลงผัก 4 ชนิดให้พะยูนที่หาดราไวย์