มูลนิธิสัตว์ มองข้อบัญญัติคุมเลี้ยงสัตว์ ตัดโอกาส "หมา-แมวจร" ได้บ้านใหม่

สังคม
13:13
จำนวนผู้ชม 1,150
มูลนิธิสัตว์ มองข้อบัญญัติคุมเลี้ยงสัตว์ ตัดโอกาส "หมา-แมวจร" ได้บ้านใหม่

หลังกรุงเทพมหานคร ประกาศข้อบัญญัติควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ.2567 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 ม.ค.2569 โดยให้เหตุผลเพื่อมุ่งเน้นความปลอดภัยทั้งคนและสัตว์

กลายเป็นข้อสงสัยของเจ้าของสัตว์เลี้ยง และสร้างความกังวลใจให้กลุ่มคนรักสัตว์ รวมไปถึงมูลนิธิเกี่ยวกับสัตว์ ที่ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นว่าข้อบัญญัตินี้จะผลักให้จำนวนสุนัข-แมวจรเพิ่มขึ้นหรือไม่

ภาพประกอบข่าว มูลนิธิสัตว์ มองข้อบัญญัติคุมเลี้ยงสัตว์ ตัดโอกาส

วันนี้ (24 เม.ย.2568) นายพีระบุญ เจริญวัย ประธานมูลนิธิองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ The Hope Thailand และคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ก่อนออกข้อบัญญัตินี้ ไม่ได้มีการพูดคุยกับผู้ที่ทำงานจริง ทั้งองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ มูลนิธิที่เกี่ยวกับสัตว์ และกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดฯ แต่เป็นการพูดคุยกันเฉพาะในสภากรุงเทพมหานคร ไม่ได้ดูข้อเท็จจริงของปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่เสียงคัดค้านจากกลุ่มคนรักสัตว์แน่นอน

ข้อบัญญัตินี้เขียนขึ้นมาลอย ๆ ไม่มีคนที่รู้ถึงรากของปัญหาเข้าไปดูด้วย ทั้งที่รายละเอียดมีทั้ง พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ที่ต้องคำนึงถึง
ภาพประกอบข่าว มูลนิธิสัตว์ มองข้อบัญญัติคุมเลี้ยงสัตว์ ตัดโอกาส

กระทบ "หมา-แมว" หาบ้าน

ประธานมูลนิธิองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ The Hope Thailand กล่าวว่า กลุ่มคนที่หาบ้านให้สุนัขและแมว อาจได้รับผลกระทบกับข้อบัญญัตินี้ เพราะบางคนมีพื้นที่บ้าน 50 ตร.ม. แต่จัดการได้อย่างดี จะให้รับสุนัขรอหาบ้านเพียงครั้งละ 1 ตัวนั้นเป็นไปไม่ได้

ยกตัวอย่างบ้านคุณจันทร์ย่านรัชดา มีทาวน์ฮาวน์ 2 หลัง ช่วยแมวรอหาบ้าน 60-70 ตัว แต่เลี้ยงได้สะอาดและสัตว์ไม่ออกไปสร้างปัญหานอกบ้านพัก

ใน กทม.มีกลุ่มคนหาบ้านให้หมา-แมวนับพัน บ้านหลังหนึ่งรับดูแลระหว่างรอหาบ้านตั้งแต่ 1 ตัว ไปถึงหลัก 100 ตัว

นายพีระบุญ มองว่า ข้อบัญญัติที่จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยง เป็นการตัดโอกาสสุนัขและแมวให้ได้มีบ้านที่อบอุ่น และทำให้ปัญหาสัตว์จรจัดไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งปัจจุบันมีการบังใช้ พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 25 ว่าด้วยเหตุเดือดร้อนรำคาญควบคุมดูแลอยู่แล้ว

ภาพประกอบข่าว มูลนิธิสัตว์ มองข้อบัญญัติคุมเลี้ยงสัตว์ ตัดโอกาส

ตั้งคำถามสถานที่รองรับสัตว์จร

ส่วนตัวมองว่า จำนวนสัตว์จรจัดใน กทม.มีเป็นล้านตัว สวนทางกับจำนวนสถานพักพิง ยกตัวอย่างศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร หรือประเวศ รองรับได้เพียง 1,000 ตัว ขณะที่ศูนย์พักพิงสุนัข จ.อุทัยธานี รองรับได้ไม่เกิน 5,000-8,000 ตัว จึงตั้งคำถามว่า ข้อบัญญัติที่จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยง จะผลักให้สัตว์ที่ควรจะได้บ้านใหม่ กลายเป็น "สัตว์ส่วนเกิน" และจรจัด อีกทั้งโครงการสุนัขชุมชนที่จะทำให้สัตว์มีสวัสดิภาพที่ดีขึ้นนั้นทำได้จริงหรือไม่

หมาแมวจรจัดจะเพิ่มขึ้น เพราะแต่ละบ้านจะรับไปดูแลได้น้อยลง จาก 5 ตัวเหลือ 1 ตัว
ภาพประกอบข่าว มูลนิธิสัตว์ มองข้อบัญญัติคุมเลี้ยงสัตว์ ตัดโอกาส

ประธานมูลนิธิองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ The Hope Thailand กล่าวว่า การจัดระเบียบ ขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิพสัตว์เลี้ยงก็ทำต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาทำได้น้อยมาก เพราะประชาชนอาจไม่สะดวกในการนำสัตว์เลี้ยงไปรับบริการ เช่นเดียวกับจำนวนการทำหมันสัตว์เลี้ยงที่อาจยังไม่เพียงพอ จึงเสนอให้สภา กทม.จัดหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใน 1 เดือน ทั้งตัวแทนภาคประชาชน คนเลี้ยงสัตว์ มูลนิธิ สำนักอนามัย สำนักงานเขต และกรมปศุสัตว์ รวมทั้งทบทวนก่อนข้อบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้

ภาพประกอบข่าว มูลนิธิสัตว์ มองข้อบัญญัติคุมเลี้ยงสัตว์ ตัดโอกาส

อ่านข่าว : เลี้ยงสัตว์ใน กทม.ต้องรู้ ข้อบัญญัติใหม่ ควบคุมการเลี้ยง-ปล่อยสัตว์ 

เทรนด์เลี้ยงสัตว์ยังโต จาก เลี้ยงแบบสมาชิกในครอบครัว - สู่ช่วยสร้างรายได้ 

"สุนัขชุมชน" ทางออก "แก๊งมะหมา 4 ขาจรจัด" อยู่ร่วมสังคมไทย