วันนี้ (6 มิ.ย.2568) หนังสือแถลงการณ์กลุ่ม บี.อาร์.เอ็น ส่งสาส์นอวยพรชาวไทยมุสลิม เนื่องในวันฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ และยังส่งสาส์นถึงรัฐบาลไทย 10 ข้อ เรียกร้องให้เปิดเวทีพูดคุยสันติสุข และสานต่อกระบวนการ JCPP หรือ แผนปฏิบัติการร่วม เพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม ที่คณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย และบี.อาร์.เอ็น เคยเห็นชอบใน 3 หลักการ คือ การลดความรุนแรง, การปรึกษาหารือกับประชาชน และการแสวงหาทางออกทางการเมือง
ในแถลงการณ์ บี.อาร์.เอ็น.อ้างว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ไม่เคยมีนโยบาย หรือ ภูมิปัญญาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในปาตานี ไม่แสดงความมุ่งมันที่ชัดเจนต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพ ทำให้กระบวนการพูดคุยหยุดชะงักและคร่าชีวิตผู้คนล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่รัฐบาลไทยปัจจุบันยังไม่จัดตั้งคณะเจรจาและยกเลิกโครงการ ปี 2561 ทำให้กระบวนการเจรจาสันติภาพเป็นไปในลักษณะนิ่งเฉยและไม่จริงใจในการแก้ไขข้อขัดแย้ง
ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มองว่า สัญญาณที่ฝ่าย บี.อาร์.เอ็น.ส่งออกมาเพื่อต้องการต้องเวทีพูดคุยเจรจาเป็นทางออกแก้ไขปัญหาเหตุรุนแรง หากรัฐบาลยังลังเลใจไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ แต่ควรให้มีการพูดคุยในระดับประชาชน หรือ เปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม เพราะเสียงของภาคประชาสังคมในพื้นที่ พุทธ และ มุสลิม ต้องการให้เกิดสันติภาพในพื้นที่
ขณะที่บรรยากาศก่อนถึงวันฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา ชาวไทยมุสลิม จ.ยะลา ต่างออกมาเลือกซื้ออาหาร คาวหวาน เพื่อเตรียมไว้ สำหรับนำไปประกอบอาหาร จัดเลี้ยงคนในครอบครัวญาติพี่น้องและเพื่อนๆ เพื่อเฉลิมฉลองวันวันฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา
ขณะที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า หมวกกะปิเยาะ รองเท้า และ ทองรูปพรรณ ก็เต็มไปด้วยประชาชนนำบุตรหลานมาเลือกซื้อเพื่อเตรียมสวมใส่ในวันฮารีรายอพรุ่งนี้ ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ปล่อยแถวตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง กว่า 110 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ยะลา
อ่านข่าว : แก้แค้น ? รัสเซียถล่มยูเครนหนัก หลังสะพานเคิร์ชถูกโจมตี
“กัณวีร์” จี้รัฐบาลวางโรดแมปคุย “กัมพูชา” ให้ชัดเจน แนะใช้การทูตมากกว่าส่วนตัว
"ทรัมป์-มัสก์" แลกหมัดผ่านโซเชียล ปะทะปมร่างกฎหมายลดภาษี











