ใคร ๆ ก็รุมรัก “แม่ทัพกุ้ง” ทหารไทยทันคูเหลี่ยมกัมพูชา

การเมือง
18:19
จำนวนผู้ชม 297
ใคร ๆ ก็รุมรัก “แม่ทัพกุ้ง” ทหารไทยทันคูเหลี่ยมกัมพูชา
การไปตรวจเยี่ยมชายแดนที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถือเป็นการติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจทหารกับเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนอีกครั้ง

หลังจากก่อนหน้านี้ ไปที่ฐานมรกต หรือช่องบก จ.อุบลฯ พร้อมกับแม่ทัพภาค 2 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ในวันที่มีการขอโทษอย่างเป็นทางการ สำหรับการพูดพาดพิงถึงในการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

สำหรับ พล.ท.บุญสิน ถือเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ล่วงรุกพื้นที่ที่ช่องบก เพราะเป็นคนแรก ๆ ที่กล้าพูดชัดเจน ขณะที่รัฐบาลไทยยังอ้ำอึ้งเสมือนเกรงอกเกรงใจกัมพูชา โดยระบุว่า กัมพูชาละเมิดเอ็มโอยู 43 ครั้งแล้วครั้งเล่า และลักลอบเข้ามาขุดคูเลตในเขตพื้นที่ของไทยจริง ทหารไทยจึงผลักดันตอบโต้ และประกาศชัดว่า ถ้าจะเข้ามายึดพื้นที่ ก็ต้องดวลกัน

วันก่อน (25 มิ.ย.) แม่ทัพภาค 2 เพิ่งเดินทางไปทำบุญถวายพระพุทธรูปพระพุทธโมลีโลกนาถ ที่วัดโนนสวรรค์เนรมิต จ.อุดรธานี โดยมีประชาชนหลากหลายอาชีพแห่ไปต้อนรับแน่นวัด รวมทั้งครูจาก จ.บุรีรัมย์ คนหนึ่งที่ขับรถไปไกลกว่า 200 กม.นำภาพวาดของ “แม่ทัพกุ้ง” และเขียนคำว่า “เพื่อชาติ” ไปส่งมอบให้

ภาพประกอบข่าว ใคร ๆ ก็รุมรัก “แม่ทัพกุ้ง” ทหารไทยทันคูเหลี่ยมกัมพูชา

พล.ท.บุญสิน พูดย้ำหนักแน่นว่า ให้พี่น้องทุกคนสบายใจได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องชายแดน แม่ทัพภาค 2 จะดูแลให้ และไทยจะไม่เสียดินแดนให้กับใคร

“แม่ทัพกุ้ง” เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในเวลาอันรวดเร็ว ในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังตึงเครียด ปกติเป็นคนอ่อนน้อม พูดน้อย แต่ต่อยหนัก แม้แต่การถูกพูดพาดพิงจากนายกฯ ว่า อยู่คนละฝ่าย แต่ได้แสดงความเป็นผู้ใหญ่และชายชาติทหาร ไม่ติดใจกับคำพูดของผู้นำประเทศที่เป็นเสมือนผู้บังคับบัญชา
ภาพประกอบข่าว ใคร ๆ ก็รุมรัก “แม่ทัพกุ้ง” ทหารไทยทันคูเหลี่ยมกัมพูชา

ไม่เพียงไม่ติดใจ ยังแสดงท่าทีขานรับ และสนับสนุนแนวทางของรัฐบาล เรื่องแก้ไขข้อขัดแย้งชายแดนด้วยแนวสันติวิธี ซึ่งกองทัพและฝ่ายความมั่นคง ได้แสดงให้เห็น ผ่านการใช้มาตรการเปิดปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มี 4 ระดับ จากน้อยสุดไปหามากสุด คือ ปิดด่านพรมแดนอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

หลังประเมินสถานกาณ์แล้วส่อเค้าทวีความรุนแรงมากขึ้น และอาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงประเทศ จากท่าทีและการจุดกระแสชาตินิยมของผู้นำกัมพูชา แต่กระนั้น ได้ผ่อนปรนเปิดให้เด็กนักเรียน และผู้ป่วยที่มีความจำเป็นจากฝั่งกัมพูชา เดินทางเข้ามาในเขตประเทศไทยได้

ล่าสุด คือการผ่อนปรนเปิดประตูจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ เมื่อเย็นวันพุธ (25 มิ.ย.) ให้คนกัมพูชาที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ แต่มาไม่ทันเดดไลน์ที่กำหนดไว้ วันที่ 24 มิ.ย. โดยอนุโลมให้ผ่านพรมแดนไปฝั่งกัมพูชาได้ หลังมีเหตุการณ์วุ่นวาย แสดงความไม่พอใจจากชาวกัมพูชาที่ต้องการกลับประเทศ ซึ่งช่วยให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดได้คลี่คลายลง
ภาพประกอบข่าว ใคร ๆ ก็รุมรัก “แม่ทัพกุ้ง” ทหารไทยทันคูเหลี่ยมกัมพูชา

ความจริง การใช้มาตรการเปิดปิดด่านชายแดนของกองทัพไทย ที่ถูกนำมาใช้ในขณะนี้ ถือเป็นมาตรการสำคัญที่มีความจำเป็น สำหรับหลีกเลี่ยงการปะทะหรือความรุนแรง ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จากการก่อหวอด หรือความไม่พอใจ หรือแม้แต่การถูกยั่วยุ หากไม่ใช่มาตรการปิดด่าน อาจก่อให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างคน 2 ประเทศ จากกรณีน้ำผึ้งหยดเดียวขึ้นได้

ถือเป็นแนวทางที่กองทัพไทยคงตระหนักรู้ทันกลเม็ดในเรื่องนี้ดี เนื่องจากกัมพูชาแสดงจุดยืนตั้งแต่ต้น ไม่นำเรื่องพื้นที่พิพาทสามเหลี่ยมมรกตเข้าหารือเพื่อหาทางออกในเวทีเจบีซี แต่กลับจะลากไปที่ศาลโลก และพยายามขยายผลเรื่องนี้ให้เป็นข่าวระดับโลก โดยอาจหวังว่า จะได้รับความเห็นใจจากชาวโลก เพราะเป็นประเทศที่เล็กกว่า จึงถูกประเทศไทยรังแก ข่มเหง

ภาพประกอบข่าว ใคร ๆ ก็รุมรัก “แม่ทัพกุ้ง” ทหารไทยทันคูเหลี่ยมกัมพูชา
ซึ่งยุทธวิธีดังกล่าวของกัมพูชา จะประสบความสำเร็จ และสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนเข้าสู่เวทีนานาชาติได้ ไม่ว่าจะร้องต่อสหประชาชาติ หรือ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนนานาชาติได้ หากมีปัจจัยประกอบเพื่อความสมจริงสมจัง โดยเฉพาะการมีเหตุการณ์ปะทะ หรือใช้ความรุนแรง ถึงขั้นเลือดตกยางออกได้ยิ่งดี แต่จนแล้วจนรอด ทางฝ่ายไทยยังใช้ความอดทนอดกลั้นรับมือได้จนถึงขณะนี้

แต่กลับกลายเป็นคนกัมพูชา ที่เป็นกลุ่มผู้หาเช้ากินค่ำ และค้าขายตามแนวชายแดน ที่ต้องได้รับความลำบากจากนโยบายและการตัดสินใจของผู้นำ ทั้งการปิดด่านเพื่อตอบโต้ไทย การประกาศไม่ซื้อสินค้า ไฟฟ้า น้ำมัน และอินเตอร์เน็ตจากประเทศไทย จนเกิดความระส่ำระสายไปทั่ว

ขณะที่ผู้นำ อย่างสมเด็จฮุน เซน กลับใช้เรื่องความเดือดร้อนดังกล่าวนี้ สร้างบทบาทให้ตนเองเป็นฮีโร่ต่อไป ไม่ว่าจะการโพสต์ภาพนั่งเครื่องบินส่วนตัว ไปซื้อน้ำมันที่สิงคโปร์ ไม่ง้อไทย และเปิดภาพ นั่ง ฮ.ไปตรวจเยี่ยมทหารใกล้ชายแดนไทย

แต่เรื่องนี้ ได้ถูกตั้งข้อสังเกตจากนักสังเกตการณ์การเมืองว่า อาจมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขั้นได้ เพราะมีเรื่องทางธุรกิจและผลประโยชน์ที่ยังต้องดำเนินการ แม้แต่เรื่องตัดไฟฟ้าจากไทยข้ามไปกัมพูชา 9 จุด เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.

“ผู้พันเบิร์ด” พล.ต.วันชนะ สวัสดี ผอ.สำนักประสานภารกิจความมั่นคงกับ กอ.รมน. กรมยุทธการ กองบัญชาการกองทัพไทย ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ฝั่งกัมพูชาตัดไฟเพียง 3 จุด อีก 6 จุดยังคงจ่ายไฟตามปกติ สะท้อนเงื่อนปมที่กัมพูชาเคลือบแฝงอยู่
ภาพประกอบข่าว ใคร ๆ ก็รุมรัก “แม่ทัพกุ้ง” ทหารไทยทันคูเหลี่ยมกัมพูชา

นายทวิสัณฑ์ โลณานุรักษ์ นักวิชาการอิสระ ฟันธงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างไทย-กัมพูชาครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องการเมืองและผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวระหว่างผู้เกี่ยวข้อง โดยระบุชัดว่า มีธุรกิจ 3 ประเภท ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ คือธุรกิจสีขาว-การค้าขายชายแดน ที่ถูกกฎหมาย สีเทา-ธุรกิจกาสิโน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสีดำ ซึ่งเป็นธุรกิจมืดซ่อนปมผลประโยชน์มหาศาล ทั้งบนบกและทางทะเล ต่างมีผลลัพธ์ที่แตกต่างไม่เท่ากัน

จึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ได้เห็นการออกโรงเคลื่อนไหว หรือตีโพยตีพายต่อเนื่องของผู้นำกัมพูชาตัวจริง อย่างสมเด็จฮุน เซน ที่น่าจะกุมความลับนักการเมือง และนักธุรกิจไทยหลายคน ที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา แต่อาจไม่รักษาคำพูด หรือทำตามดีลที่ตกลงกันไว้ไม่ได้

ส่วนเป้าหมายอยู่ที่ใคร หรือหวังตีวัวกระทบคราดไปถึงใคร ให้ติดตามและจับตาให้ดี

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว : เปิดโครงข่าย ลาสบอส Scambodia "ธุรกิจ-อิทธิพล" ตระกูลฮุน

"ไทย-กัมพูชา" แยกกันไม่ได้ ต้องรีเซ็ตสัมพันธ์ "ลิ้น-ฟัน" ครั้งใหญ่

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ชงยกเลิกกิจกรรม 75 ปีความสัมพั​นธ์ไทย-กัมพูชา​