เจาะเส้นเงิน ต้องสงสัย “400 ล้าน” โยงฮั้วเลือกตั้ง สว. 24 จังหวัด

การเมือง
13:07
จำนวนผู้ชม 1,231
เจาะเส้นเงิน ต้องสงสัย “400 ล้าน” โยงฮั้วเลือกตั้ง สว. 24 จังหวัด
Botnoi Voice

ยังรอลุ้น “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.กลาโหม และ “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรม ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีมติอย่างไร หลังเมื่อวานนี้ (1 ก.ค.2568) มีคำสั่ง  “รอ” ความเห็นและเอกสารหลักฐานจากเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเรียกไปแล้ว ก่อนจะชี้ ความเป็นรัฐมนตรีของบุคคลทั้ง 2 จะสิ้นสุดลงหรือไม่ ปมถูกร้องใช้ ดีเอสไอ เป็นเครื่องมือรับ “ฮั้วเลือกตั้ง สว.” คดีพิเศษ

ขณะที่ดีเอสไอยังคงเดินหน้าทำ “คดีฮั้วเลือก สว.” ความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือ “คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน” คดีพิเศษที่ 24/2568 อย่างต่อเนื่อง

หลังพนักงานสอบสวน กองคดีการฟอกเงินทางอาญา ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และผู้ที่เกี่ยวข้องและพบความเชื่อมโยง จนเป็นที่มาในการเรียกสอบพยานล็อตแรกจำนวน 7 คน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา

ภาพประกอบข่าว เจาะเส้นเงิน ต้องสงสัย “400 ล้าน” โยงฮั้วเลือกตั้ง สว. 24 จังหวัด

โดยกลุ่มบุคคล ชุดแรกที่ถูกเรียกสอบในฐานะ “พยาน” มาจาก 3 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ คือ สุราษฎร์ธานี จำนวน 4 ราย มี นายวรพจน์ (สงวนนามสกุล), น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล), นายสุบิน (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ญาณี (สงวนนามสกุล)

พื้นที่ภาคอีสาน คือ จังหวัดหนองบัวลำภู มี 1 ราย คือ น.ส.ภัณนิภา (สงวนนามสกุล) และภาคเหนือ ในจังหวัดลำพูน มี 2 ราย คือ นายอากร (สงวนนามสกุล) และนายอาทร (สงวนนามสกุล)

แต่เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) มีเพียง น.ส.สินิตา (สงวนนามสกุล) พยานจาก จ.สุราษฎร์ธานี คนเดียวที่เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ส่วนที่เหลือคาดว่าอยู่ระหว่างการทยอยเข้าให้ปากคำตามหมายกำหนดนัด ทั้งนี้กลุ่มกลุ่มคนดังกล่าว ที่เข้าให้ปากคำในฐานะพยานได้รับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

รายงานจากพนักงานสอบสวนระบุว่า แม้กลุ่มบุคคลที่ถูกเรียกสอบจะไม่ใช่ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่การตรวจสอบเบื้องต้น พบความเชื่อมโยงและเกี่ยวพันกันทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ, ภาคอีสาน และภาคใต้ มีการกระทำใน 2 ลักษณะ คือ มีการโอนเงินในลักษณะเครือข่ายที่มีการจ้างผู้สมัคร 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สุราษฎร์ธานี, ลำพูน และหนองบัวลำภู

นอกจากนี้ ยังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันในช่วงที่มีการเลือกตั้ง สว.อีก 24 จังหวัด แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า เส้นเงินที่เชื่อมโยงกันมีมูลค่าเท่าไหร่ ขั้นตอนยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

ประกอบด้วย ในพื้นที่ภาคใต้ 7 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี, สตูล, สงขลา, ระนอง, กระบี่, ภูเก็ต และชุมพร

ภาคอีสาน 8 จังหวัด คือ หนองบัวลำภู, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, อำนาจเจริญ, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี และขอนแก่น

ภาคกลาง 6 จังหวัด คือ สิงห์บุรี, นนทบุรี, ราชบุรี, พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง และเพชรบุรี  ภาคเหนือ 2 จังหวัด คือ ลำพูน และลำปาง ส่วนภาคตะวันออกมี 1 จังหวัด คือ ตราด

ภาพประกอบข่าว เจาะเส้นเงิน ต้องสงสัย “400 ล้าน” โยงฮั้วเลือกตั้ง สว. 24 จังหวัด

นายระวี อักษรศิริ ผอ.กองคดีการฟอกเงินทางอาญา กล่าวว่า พยานที่ถูกเรียกสอบไม่ได้เป็นผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบข้อมูล เรื่องเส้นทางการเงินและที่มาที่ไปของเงิน หลังจากพบหลักฐานการรับโอน แม้จะพบความเกี่ยวข้องแต่ก็ต้องดูลงลึกว่า เกี่ยวข้องแค่ไหนและเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง

คาดว่านับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป พยานอีก 6 คนที่เหลือจะทยอยเข้ามาให้ปากคำจนครบตามวันเวลาที่กำหนด โดยผู้ที่ถูกเรียกเข้าให้ปากคำ ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกัน และพนักงานสอบสวนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับพยาน และต้องพิจารณาว่าในสิ่งประเด็นที่สงสัยนั้น พยานสามารถตอบคำถามได้หรือไม่

ขณะนี้พยานหลักฐานที่ กกต. ส่วนใหญ่จะตรงกับดีเอสไอ แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นการสอบสวนในลักษณะคู่ขนาน และเป็นกฎหมายคนละฉบับ จึงจำเป็นต้องเรียกพยานมาชี้แจง ... ส่วนผลสอบของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ จะออกมาอย่างไรก็ถือเป็นดุลพินิจ แต่ชั้นนี้ของดีเอสไอคือการสอบสวนก็ต้องให้ความเป็นธรรม

สำหรับการให้ข้อมูลของ น.ส.สินิตา ได้อธิบายกับพนักงานสอบสวนพร้อมตอบคำถาม ในประเด็นรายการเดินบัญชี (Statement) ว่าเป็นเงินค่าใช้จ่ายตามปกติ และปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการจัดฮั้ว สว.

ภาพประกอบข่าว เจาะเส้นเงิน ต้องสงสัย “400 ล้าน” โยงฮั้วเลือกตั้ง สว. 24 จังหวัด

นับจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน การเรียกพยานมาสอบของดีเอสไอ ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางฝุ่นยังตลบทางการเมือง แม้ พ.ต.อ.ทวี จะถูกศาลรัฐธรรมนูญ สั่งไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้อง และกำกับดูแลงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะ รมว.ยุติธรรม พร้อม ๆ “ภูมิธรรม” ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. 2568 

โดยเฉพาะ พ.ต.อ.ทวี ก่อนหน้านี้ เคยออกมาระบุว่า มีเงินสะพัดในการเลือก สว.กว่า 300 ล้านบาท และดีเอสไอสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาความผิดเรื่องการจ้างให้ดำเนิน การที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดฐานยุยงส่งเสริมไม่ให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือ การครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ

ภาพประกอบข่าว เจาะเส้นเงิน ต้องสงสัย “400 ล้าน” โยงฮั้วเลือกตั้ง สว. 24 จังหวัด

ในครั้งนั้น พ.ต.อ.ทวี บอกว่า หากสืบสวนสอบสวนความผิดฐานฟอกเงิน และพบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดเหล่านี้ และความอาญาที่เกี่ยวข้อง กฎหมายก็ให้ถือเป็นคดีพิเศษได้เลย..และในคดีดังกล่าวมีพยานยืนยันว่า มีการใช้เงินประมาณ 400-500 ล้านบาท มีการจ่ายเงินเป็นช่วง ๆ

โดยดีเอสไอ มีพยานประมาณ 7,000 คน และให้นโยบายดีเอสไอไปแล้ว คาดต้องใช้เวลารวบรวมหลักฐานไม่เกิน 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปดูกรอบการทำงานของในการสำนวนคดี “อั้งยี่-ฟอกเงิน” ฮั้วเลือกตั้ง สว. ดีเอสไอ อาจยังมีระยะเวลาในการทำงานอีกเหลือเฟือ และยังไม่แน่ว่าจะทำคดีเสร็จสิ้นในรัฐบาลแพทองธาร 1/2 ทันหรือไม่

และทั้งหมดยังต้องรอลุ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.และชะตากรรมของ 2 รัฐมนตรี “ภูมิธรรม-ทวี”

อ่านข่าว : ฝ่ายค้านรุก! พริษฐ์ยันไม่ร่วมรัฐบาล จี้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

30 วันเดิมพันรัฐบาล "เพื่อไทย" ดีลขั้วอนุรักษ์นิยม ?

สมช. ออกหนังสือชี้แจง​ ปมออกสัญชาติ ยืนยันไม่แย่งสิทธิคนไทย​