“กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

ภูมิภาค
14:44
จำนวนผู้ชม 260
“กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีวิทยาลัยเกษตรฯ ไม่ได้รับการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่ายโครงการนม โรงเรียน ด้านกลุ่มวิทยาลัยเกษตรฯ ส่งข้อมูลชี้แจงผ่านไทยพีบีเอส พร้อมตั้งข้อสังเกตประเด็น ถูกกีดกันไม่ให้ได้สิทธิจำหน่ายนมโรงเรียน

หลังจากที่ไทยพีบีเอส นำเสนอข่าววิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) บางแห่ง ไม่ได้รับการจัดสรรสิทธิและพื้นที่จำหน่ายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน 2 ปีติดต่อกัน ทำให้เสียโอกาสในการจัดการเรียนการสอนด้านโคนม ส่งผลให้อาจต้องปิดโรงงาน เนื่องจากสถาบันการศึกษาไม่สามารถดำเนินการผลิตและจำหน่ายนมโรงเรียนได้นั้น

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2568 โดยให้ลำดับความสำคัญผู้ประกอบการภาคสหกรณ์ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมอื่น ตามลำดับ

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

ประกอบกับเอกสารแนบท้ายประกาศ ได้ชี้แจงแนวทางการกำหนดสัดส่วนการจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียน โดยต้องมีข้อมูลการซื้อขายน้ำนมโคหรือสัญญาซื้อขายประกอบการยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งพิจารณาคุณสมบัติของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ได้ยื่นสมัครในแต่ละพื้นที่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน มีใบอนุญาตผลิตอาหาร มีใบรับรองระบบมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ GMP 420 มีใบรับรอง GMP/GAP ของแหล่งน้ำนมดิบและคุณภาพน้ำนมโค มีผลตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร และมีผลวิเคราะห์คุณภาพผลิตภัณฑ์นมโรงเรียนที่ผ่านการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

จากการตรวจสอบคุณสมบัติของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) ที่ได้ยื่นสมัครในแต่ละพื้นที่ พบว่า มีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ วษท.สุโขทัย และ วษท.บุรีรัมย์ ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ครบถ้วน

โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เผยแพร่ให้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ (ร่าง) หลักเกณฑ์ฯ ในรูปแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

และรูปแบบออฟไลน์โดยจัดส่งความคิดเห็นมายังกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งได้เปิดรับฟังความเห็นเป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ถึง 11 เม.ย.2568 เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความเห็นต่อ (ร่าง) หลักเกณฑ์ ก่อนประกาศใช้ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2568

สำหรับประเด็นหลักเกณฑ์และเงื่อนไขผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม ที่เข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน มิได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากฉบับร่างที่มีการรับฟังความคิดเห็น หาก วษท. หรือผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมรายอื่น ๆ มีความประสงค์สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ก็สามารถศึกษาหลักเกณฑ์เพื่อเตรียมความพร้อมในการสมัครเข้าร่วมโครงการได้ รวมถึงกรมฯ จะมีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดให้ศึกษา (ร่าง) ประกาศหลักเกณฑ์ เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการต่อไปได้อีกทางหนึ่ง

“กรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ยืนยันว่า กรมฯ ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมอย่างเท่าเทียม และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา2568 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจต่อผู้บริโภคต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

ภายหลังอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ออกมาชี้แจงทำให้กลุ่มวิทยาลัยเกษตรฯ ได้ยื่นเอกสารชี้แจงข้อมูลผ่านไทยพีบีเอสเพิ่มเติม โดยอ้างว่า ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนประจำปีการศึกษา 2567 และปี 2568 อาจมีเจตนาที่จะกีดกันโรงงานแปรรูปนมที่เป็นของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ไม่ให้ได้สิทธิจำหน่ายนมโรงเรียนโดยระบุรายละเอียด ดังนี้

1.ปัญหาที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ปีการศึกษา 2567
เนื่องจากประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนประจำปีการศึกษา 2567

หมวด 1 ข้อ 5 คุณสมบัติของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เข้าร่วมโครงการ ณ วันรับสมัคร ข้อ 5.11 ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เป็นสหกรณ์/ส่วนราชการ ต้องมีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและโคนมเป็นของตนเอง โดยมีแม่โครีดไม่น้อยกว่า 200 แม่ หรือมีโคนมที่สามารถผลิตปริมาณน้ำนมดิบไม่น้อยกว่า 3 ตันต่อวัน

จากหลักเกณฑ์ข้อดังกล่าวทำให้ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการที่เป็นส่วนราชการทั้งหมด รวมทั้งวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการในปีการศึกษา 2567 ได้ เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามประกาศฯ เพราะในความเป็นจริงไม่มีหน่วยงานภาครัฐใดในประเทศไทยที่มีแม่โครีดนมไม่น้อยกว่า 200 แม่ น้ำนมดิบไม่น้อยกว่า 3 ตันต่อวัน

แม้กระทั่งหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ที่มีศูนย์วิจัยและฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม หรือศูนย์วิจัยพันธุ์สัตว์ทั่วประเทศ ก็ไม่มีโคนมได้ตามประกาศ มีเพียงบางมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับของรัฐบางแห่งที่สามารถเข้าร่วมได้ เช่น โรงนม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าประกาศฯ ดังกล่าวอาจมีเจตนาที่จะกีดกันโรงงานแปรรูปนมที่เป็นของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี โดยเลี่ยงใช้คำว่าส่วนราชการ

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

2.การเข้าร่วมโครงการฯ ในปีการศึกษา 2568
สืบเนื่องจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอทบทวน มติ ครม. วันที่ 26 มี.ค.2562 เมื่อ วันที่ 3 มี.ค.2568 ประเด็นโครงสร้างระบบบริหารโครงการนมโรงเรียนจากเดิมแบ่งกลุ่มพื้นที่ 5 เขตพื้นที่ เป็น 7 เขตพื้นที่ และเปลี่ยนแปลงหลักการโครงการจากเดิม 4 ข้อ เป็น 7 ข้อ โดยหลักการของโครงการฯ ที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับกลุ่มโรงงานแปรรูปนมที่เป็นของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี คือ ข้อที่ 7 ให้ความสำคัญกับภาคสหกรณ์โคนม รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษาที่มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม

จากหลักการโครงการฯ ข้อที่ 7 คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ซึ่งมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน จึงได้ร่างประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 (ฉบับร่าง)

ลงในเว็บไซต์ โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 29 มี.ค.-2 เม.ย.2568 และได้ประกาศหลักเกณฑ์ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2568 ลงในเว็ปไซด์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เวลาประมาณ 22.00 น. และประกาศรับสมัครสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 12-15 พ.ค.

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

จากหลักของโครงการฯ ตามมติ ครม. ข้อ 7 ให้ความสำคัญกับภาคสหกรณ์โคนม รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษาที่มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม จึงเอามาออกประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568

หมวด 1 ข้อ 5 คุณสมบัติของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เข้าร่วมโครงการ ณ วันรับสมัครข้อ 5.11 คือ ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่เป็นสหกรณ์/ส่วนราชการ ต้องมีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและโคนมเป็นของตนเอง โดยมีแม่โครีดไม่น้อยกว่า 200 แม่ หรือมีโคนมที่สามารถผลิตปริมาณน้ำนมดิบไม่น้อยกว่า 3 ตันต่อวัน ที่เคยมีในประกาศฯ ปีการศึกษา 2567 ถูกยกเลิกไป ทำให้โรงงานแปรรูปนมกลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สามารถเข้าร่วมโครงการในปีการศึกษา 2568 ได้

อย่างไรก็ตามจากหลักเกณฑ์ฯ ปีการศึกษา 2568 ถึงแม้ว่าโรงงานแปรรูปนมกลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจะเข้าร่วมโครงการฯ ได้ แต่ในความเป็นจริงเราสามารถเข้าร่วมโครงการแบบถูกจำกัด เพราะจากเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับที่ 1 การกำหนดสัดส่วนการจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียน ตามมติคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ข้อ 1 แนวทางการกำหนดสัดส่วนการจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียน

จัดสรรสิทธินมโรงเรียนให้กับสหกรณ์ตามสัดส่วนปริมาณนมที่ยื่นเป็นลำดับแรกไม่เกินร้อยละ 58 ของสิทธิทั้งหมดในแต่ละกลุ่มพื้นที่

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

สิทธิที่เหลือจาก 1.1 ให้นำมาจัดสรรให้กับรัฐวิสาหกิจ (อ.ส.ค.) ตามสัดส่วนปริมาณนมที่ยื่นไม่เกินร้อยละ 30 ของสิทธิคงเหลือในแต่ละกลุ่มพื้นที่

สิทธิที่เหลือจาก 1.2 ให้นำมาจัดสรรให้สถาบันการศึกษา ตามสัดส่วนปริมาณนมที่ยื่นไม่เกินร้อยละ 5 ของสิทธิคงเหลือแต่ละกลุ่มพื้นที่

สิทธิที่เหลือจาก 1.3 ให้นำมาจัดสรรให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมอื่น

จากข้อ 1.3 ถ้าดูสิทธิของสถาบันการศึกษาจะได้รับสิทธิอยู่ลำดับที่ 3 ได้สิทธิร้อยละ 5 ดูเหมือนจะเยอะแต่ในความเป็นจริงน้อยมาก ๆ แทบจะไม่สามารถผลิตให้คุ้มค่ากับการดำเนินการ

ยกตัวอย่างการจัดสรรในกลุ่มพื้นที่ 3 ประกอบ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น
ปริมาณน้ำนมที่ต้องใช้ในกลุ่มทั้งหมด 199.017 ตัน/วัน (เป็นตัวเลขจริงของปีการศึกษา 2568)
จัดสรรสิทธิให้สหกรณ์ก่อนเป็นลำดับแรกร้อยละ 58 คิดเป็นน้ำนมที่ได้ 115.430 ตัน/วัน คงเหลือนมที่จะจัดให้ลำดับที่ 2 คือ อ.ส.ค. 83.641 ตัน/วัน

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

จัดสรรสิทธิให้ลำดับที่ 2 คือ อ.ส.ค. ร้อยละ 30 จากนมที่เหลือจากการจัดให้ลำดับแรก 83.641ตัน/วัน ดังนั้น อ.ส.ค. จะได้รับสิทธิ 25.076 ตัน/วัน คงเหลือนมที่จะจัดให้ลำดับ 3 คือ สถาบันการศึกษา 58.565 ตัน/วัน

จัดสรรสิทธิให้ลำดับที่ 3 คือสถาบันการศึกษา ร้อยละ 5 จากนมที่เหลือจากการจัดให้ลำดับที่ 2 58.565 ตัน/วัน ดังนั้นสถานศึกษาจะได้รับสิทธิ 2.926 ตัน/วัน คงเหลือนมจัดสรรสิทธิให้กับผู้ประกอบการอื่น 55.585 ตัน/วัน

หมายเหตุ- กลุ่มพื้นที่เขต 3 ในปีการศึกษา 2568 มีโรงงานแปรรูปนม กลุ่มสถานศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ มีคุณสมบัติครบสามารถเข้าร่วมได้เพียงโรงงานเดียว หากได้สิทธิเต็มจำนวน ร้อยละ 5 จะได้รับสิทธิจัดสรรน้ำนมเพียงแค่ 2.926 ตัน/วัน เท่านั้น โดยกำหนดวันที่จะจัดสรรพื้นที่จำหน่ายในวันที่ 21 พ.ค.2568 นี้ ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น

- กลุ่มพื้นที่เขต 1 โรงงานแปรรูปนม กลุ่มสถานศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย มีคุณสมบัติครบสามารถเข้าร่วมได้เพียงโรงงานเดียว (รวม 2 วิทยาลัยฯ ในสังกัด สอศ.ที่สามารถเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนได้) โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย ได้รับการจัดสรรโควตาเพียง 2.221 ตัน/วัน จำนวน 14,851 ถุง/วัน ในการประชุมจัดสรรพื้นที่จำหน่าย เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2568 ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระบุรี

- หากหลักเกณฑ์ในปีการศึกษา 2569 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจาก 2568 และมีโรงงานแปรรูปนมของสถาบันการศึกษาอื่น หรือของกลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอื่น ๆ ยื่นขอเข้าร่วมโครงการด้วยก็มีนมที่เป็นส่วนของสถานศึกษาแค่ 2.926 ตัน/วัน เท่านั้นที่สถานศึกษาแต่ละที่จะต้องมาหารแบ่งกัน ซึ่งอาจจะได้โรงงานละ 1 ตัน/วัน หรือน้อยกว่านั้น อันจะส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินงานได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตในปัจจุบันสูงขึ้นมาก หากยอดผลิตต่ำกว่า 2.5 ตัน/วัน จะไม่คุ้มค่าต่อการผลิต

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

3.โรงงานที่เข้าร่วมโครงการฯ ปีการศึกษา 2568 ได้ มีคุณสมบัติ ดังนี้
คุณสมบัติครบตามประกาศฯ ข้อ 5 / มีความสัมพันธ์ที่ดีกับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ / ผู้บริหารเห็นความสำคัญ และเตรียมการมาอย่างต่อเนื่อง

4.โรงงานที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ปีการศึกษา 2568 ได้
คุณสมบัติไม่ครบตามประกาศฯ ข้อ 5 ในระหว่างปีการศึกษา 2567 ที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ทางโรงงานหยุดดำเนินการทุกกิจกรรม และไม่เตรียมพร้อมเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ในปีต่อ ๆ ไป

โรงงานส่วนใหญ่ไม่ต่ออายุใบประกอบกิจการโรงงาน GMP ตรวจสถานที่ผลิต และไม่มีการผลิตส่งนมให้ อย. ตรวจ จากเหตุผลดังกล่าว โรงงานเหล่านี้มักรอความหวังว่า เมื่อหลักเกณฑ์โครงการฯ ปี 2568 ออกมาจะมีการยกเว้นข้อกำหนดต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับโรงงานกลุ่มวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เป็นการเฉพาะ ดังนั้นเมื่อมีประกาศโครงการฯ ออกมาในวันที่ 6 พ.ค.2568 และไม่มีประกาศแนบท้ายยกเว้นให้จึงไม่สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ทัน ทำให้ขาดคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

5.รายชื่อวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอสชีวศึกษา
ที่พร้อมต่อการเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569
1.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย
2.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย
3.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกำแพงเพชร
4.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์
5.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี
6.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี
7.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น
8.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์
9.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ
10.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

6.แนวทางการช่วยแก้ปัญหาให้โรงงานแปรรูปนมของสถานศึกษาในสังกัด สอศ.เข้าร่วมโครงการฯ ปีการศึกษา 2569 ได้สำเร็จ

จัดทำความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อร่วมมือกันจัดทำเอกสารและนำเสนอต่อรัฐบาลขอเพิ่มงบประมาณจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป ให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมต้น (ม.1- ม.3) ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องได้รับสารอาหารสำคัญจากน้ำนมในการพัฒนาโครงสร้างของร่างกาย และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่มีปัญหาในปัจจุบัน

ภาพประกอบข่าว “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ชี้แจง ทำไมวิทยาลัยเกษตรฯ ชวดโควตานมโรงเรียน

กรณีที่การจัดทำความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงไม่ทันในปีการศึกษา 2569 ควรจัดทำความร่วมมือ (MOU) ระดับกรม ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมการปกครอง กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อดำเนินการให้เกิดประโยชน์โดยตรงกับทุกฝ่าย ดังนี้

1.ลดปัญหาการร้องเรียนและลดปัญหาแรงเสียดทานให้แก่ กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกิดขึ้นทุกปี
2.ช่วยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมการปกครองในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำเอกสารเพื่องบประมาณแผ่นดิน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมต้น (ม.1- ม.3) ทั่วประเทศได้ดื่มนมโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง

3.ช่วยให้โรงงานแปรรูปนม ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับสิทธิในการจำหน่ายอาหารเสริม (นม) โรงเรียนเพิ่มในระดับที่เพียงพอตามศักยภาพการผลิตของ 10 วิทยาลัยฯ
4.ช่วยเพิ่มยอดผลิตและจำหน่ายให้แก่ อสค. และโรงงานแปรรูปนมเอกชนที่ถูกลดยอดจัดสรรลงทุกปีจนกระทั่งต้องปิดกิจการหลายแห่ง ซึ่งส่งผลลบต่อสภาพเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของประเทศ ตั้งแต่โรงงานระดับ SME จนถึงโรงงานขนาดใหญ่

รายงาน : พลอยไพฑูรย์ ธุระพันธุ์ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคอีสาน

อ่านข่าว : “รายได้พระสงฆ์” มาจากไหน-คนไทย “ถวายเงินพระ” ด้วย “เงื่อนไข” อะไรบ้าง?

หมายจับ "ก๊กอาน" คนสนิท "ฮุนเซน" โยงแก๊งคอลเซนเตอร์-ตร.บุกค้น 19 จุด

ไทยเสนอ "ชุดไทย" เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ "ยูเนสโก" ในปี 2569