เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย "นิติวิทยาศาสตร์ฯ" จับต้นทางมลพิษจากเหมืองแร่ในแม่น้ำกก

สิ่งแวดล้อม
20:35
จำนวนผู้ชม 1,575
เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย "นิติวิทยาศาสตร์ฯ" จับต้นทางมลพิษจากเหมืองแร่ในแม่น้ำกก
การใช้เทคนิคทางนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ทำให้ประเมินได้ว่า การปนเปื้อนของสารเคมี มาจากเหมืองแร่ ในประเทศเมียนมา หรือไม่ และเป็นเหมืองแร่ชนิดใด เพื่อนำมาตอบคำถามประชาชน และเป็นข้อมูลที่จะใช้ในการเจรจาต่าง ๆ

ที่สำคัญผลการวิจัยดังกล่าว นำมาใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหา และความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ และต่อสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนวางมาตรการต่อไปว่า อะไรเป็นปัญหาเร่งด่วน

การพิสูจน์สมมุติฐาน สิ่งแรกคือ การปนเปื้อนสารพิษกึ่งโลหะ และโลหะในแม่น้ำกก เกิดจากการทิ้ง หรือการชะละลาย จากการทำเหมืองแร่หายาก หรือเหมืองทองในเมียนมาจริงหรือไม่?

ประเด็นที่สองการปนเปื้อน น่าจะมาจากตะกอนขนาดเล็ก ที่แขวนลอยในน้ำ ไม่น่าจะเป็นตัวละลายน้ำมา ?

ประเด็นที่สามการปนเปื้อนสารอันตรายในแม่น้ำกก ทำให้ปลาแค้อ่อนแอ จนทำให้เกิดรอยโรคต่าง ๆ ทั้งจากไวรัส ปรสิต หรือแบคทีเรียอย่างผิดปกติ อย่างที่ประชาชนไม่เคยสังเกตมาก่อนหรือไม่ ?

ประเด็นที่สี่ การปนเปื้อนในแม่น้ำกกอยู่ในขั้นเริ่มต้น ยังไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพถึงระดับไหน ?

ทั้งหมดคือโจทย์ หรือ สมมุติฐานงานวิจัย รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ หน่วยภารกิจระบบฐานข้อมูลและดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)และคณะ ชื่อ “โครงการวิจัยนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และการประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น จากการปนเปื้อนโลหะและกึ่งโลหะในแม่น้ำกก จ.เชียงราย”

ผลการศึกษาวิจัยเบื้องต้นชี้ ชัดเป็นครั้งแรกว่า สารพิษมาจากเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา พบการปนเปื้อนสารหนู สัมพันธ์กับตัวชี้วัดการทำเหมืองแร่ หายากมีประมาณ 69.7 % ในขณะที่สัมพันธ์การทำเหมืองทองมีส่วนร่วม 30.3 %

อ่านข่าว : เปิดงานวิจัย-ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ พบปนเปื้อนสารหนู-โลหะหนักในแม่น้ำกก มาจากแร่หายาก

คำถามต่อมามีการเก็บตัวอย่างอย่างไร ? และเก็บอะไรบ้างเพื่อหาความสัมพันธ์ว่ามาจากเหมืองในเมียนมา และเป็นเหมืองชนิดใด ?

รศ.ดร.ธนพล กล่าวว่า เคมีวิเคราะห์นิติวิทยาศาสตร์ไม่ได้อิงตามค่าตามกฎหมายอย่างเดียว เช่น กรณีการเก็บ “น้ำผิวดิน” มีการเก็บธาตุกัมมันตภาพรังสี และแร่หายาก ซึ่งเป็นสองตัวที่จะพบในเหมืองแร่หายาก และมีการกรองและไม่กรองเพื่อเทียบกัน

ภาพประกอบข่าว เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย

นิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตัวอย่างภาพจากเมืองทองในเมียนมา อาจจะมีเงินและทองแดง มากกว่าชนิดอื่นและมีตะกั่วมาด้วย เหมืองแร่หายากมีแร่เหล่านี้ด้วยหรือไม่ คำตอบคือมี แต่ลักษณะที่โดดเด่น แต่หายากจะเป็นพวกตระกูล ธาตุกัมมันตภาพรังสี เช่น แร่ทอเรียม (Thorium) ดิสโพรเซียม Dysprosium ยูเรเนียม (Uranium ซึ่งไม่ได้น่ากังวลเรื่องธาตุกัมมันตภาพรังสี แต่เป็นร่องรอยได้ โดยเมื่อเทียบกับแม่น้ำกก และแหล่งน้ำอื่น ๆ จะเห็นได้ว่าแม่น้ำกกมีแร่ธาตุเหล่านี้สูง

ภาพประกอบข่าว เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย

รศ.ดร.ธนพล กล่าวว่า ถึงกระบวนการทำเหมืองแร่หายาก โดยตัวอย่างการทำเหมืองแร่หายากในประเทศเมียนมา มีจุดเก็บตัวอย่าง 5 จุด การทำเหมืองแร่หายากในเมียนมา ใช้เทคนิคการเจาะภูเขาและฉีดสาร เรียก In-Sutu Leaching Techniqe โดยฉีดสารแอมโมเนียมซัลเฟต หรือ แอมโมเนียมไนเตรท เข้าไปละลายของแร่ หิน และดิน

โดยชะเอาแร่ออกมา ก่อนนำมาเข้าบ่อและตกตะกอนเคมี และน้ำปล่อยลงท้ายเหมืองทั้งหมด ต้นน้ำจุดที่ปล่อยลงสู่แม่น้ำจะเป็นกรด ต่างจากเหมืองทอง

ภาพประกอบข่าว เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย
ผลมีการเก็บตัวอย่างน้ำในเมียนมา 5 จุด ได้ลายนิ้วมือจากแหล่งแร่พบว่า จุดที่ปล่อยสารเหล่านี้จะสูงบริเวณต้นน้ำ และปลายน้ำจะลดลง คำถามสำคัญถ้าได้ 12 เหมืองบริเวณต้นแม่น้ำกกจะสามารถแยกได้ชัดเจนมากขึ้น

คำถามที่สำคัญต่อมาคือ เหมืองแร่ 12 เหมืองบริเวณต้นน้ำกก ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา มีเหมืองแร่หายากกี่แห่ง และเหมืองทองกี่แห่ง ที่ปล่อยสร้างพิษลงสู่แม่น้ำกก และไหลเข้าสู่ จ.เชียงราย ที่ผ่านมา มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ มีการเปิดเผยข้อมูลเหมืองแร่หายาก บริเวณต้นแม่น้ำกก ในรัฐฉาน มีการทำเหมืองแร่ จำนวน 2 แห่ง ที่เริ่มทำในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

อ่านข่าว : มูลนิธิไทใหญ่จี้เปิดเผยข้อมูลเหมืองแรร์เอิร์ธ ใกล้ชายแดนไทยเร่งด่วน

ขณะที่ไทยพีเอสได้เปิดเผยการทำเหมืองทอง ในพื้นที่ต้นแม่น้ำกก มากกว่า 2-3 จุดบริเวณต้นน้ำ และเผยถึงกระบวนการทำเหมืองแร่ทองคำ

อ่านข่าว : เจาะเหมืองแร่ “ต้นแม่น้ำกก-น้ำสาย” มลพิษข้ามพรมแดน

เปิดต้นทางมลพิษ! ขั้นตอนการทำเหมืองทุนจีน ทิ้งสารปนเปื้อนแม่กก-แม่สาย-น้ำโขง

กลับมาดูรายละเอียดของเหมืองแร่ 12 บริเวณต้นแม่น้ำกก ข้อมูลนี้ จีสด้าได้นำเสนอ “การติดตามเหมืองแร่หรือการเปิดหน้าดิน พื้นที่ชายแดนของประเทศไทยและเมียนมา ด้วยเทคโนโลยีจากดาวเทียม” กับคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2568

ข้อมูลจากดาวเทียม ตั้งแต่ปี 2560-2568 พบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทั้งหมด 61 จุด หรือคิดเป็น 4,435 ไร่ บริเวณต้นแม่น้ำสาย และแม่น้ำกก ในเขตรัฐฉานใต้ ประเทศเมียนมา

ภาพประกอบข่าว เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย
ภาพประกอบข่าว เปิดหลักฐานสำคัญ ผลวิจัย

ข้อมูลจากจีสด้า เปิดเผยบริเวณต้นแม่น้ำกก พบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน จำนวน 12 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 450 ไร่ โดยเหมืองแร่เริ่มพบในปี 2023 และปี 2024-2025 พบเติบโตเพิ่มขึ้นชัดเจน 5-6 เหมือง สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นกิจกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการท้าเหมืองแร่ 5 จุด คิดเป็นพื้นที่ 119.82 ไร่ โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

คำถามเหมืองแร่เหมืองไหนที่ปล่อยสารพิษ หรือเหมืองแร่ 12 แห่งเหมืองไหนเป็นเหมืองแร่หายาก หรือ เหมืองทองยังไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่มีใคร หรือนักวิจัยเข้าไปในพื้นที่บริเวณนี้ได้เพราะเป็นพื้นที่กลุ่มกองกำลังว้า

คำถามสำคัญถ้าได้ตัวอย่างน้ำใกล้ 12 เหมืองแร่บริเวณต้นแม่น้ำกกจะสามารถแยกได้ชัดเจนมากขึ้น

เหมือนที่ รศ.ดร.ธนพล อย่างน้อยก็มีความชัดเจนที่สุดเท่าที่มีมาว่า เหมืองแร่เป็นสาเหตุของสารพิษในแม่กก ครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลให้รัฐบาลเจรจากับเมียนมา เพื่อร่วมมือหาทางออกแก้ปัญหาสารพิษในต้นแม่น้ำกกต่อไป

รายงาน : โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ