ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

เล็งทำแผนที่อัปเดต "ช้างป่าตะวันออก" พบออกนอกป่าไกลสุด 40 กม.

เล็งทำแผนที่อัปเดต "ช้างป่าตะวันออก" พบออกนอกป่าไกลสุด 40 กม.
อ่านให้ฟัง
07:12อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
กรมอุทยานฯ เตรียมทำแผนที่อัปเดตข้อมูลช้างป่า​ภาคตะวันออก​ 799 ตัว พบ 80% ออกมาอยู่นอกป่า บางส่วนหากินไกลถึง 40 กม. เร่งลดอัตราเพิ่มจำนวนช้างป่าภาคตะวันออก​

วันนี้ (7 ส.ค.2568) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงสถานการณ์ช้างป่าในพื้นที่ป่าตะวันออก ว่า จากการสำรวจช้างป่าในกลุ่มป่าตะวันออกทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 7 แห่ง ในพื้นที่พบช้างป่าจำนวนทั้งสิ้น 799 ตัว ประกอบด้วย

  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน จำนวน 496 ตัว
  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จำนวน 134 ตัว
  • อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จำนวน 9 ตัว
  • อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จำนวน 74 ตัว
  • อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จำนวน 28 ตัว
  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวาย เฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 27 ตัว
  • อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จำนวน 31 ตัว

จากรายงานพบว่า ช้างป่าในพื้นที่ป่าภาคตะวันออกเดินทางออกหากินนอกป่าอนุรักษ์ไปไกลกว่า 40 กิโลเมตร เช่น ช้างป่าออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จากแนวเขต จ.ระยอง เข้าไปในพื้นที่ป่าเขาเจ้า-บ่อทอง จ.ชลบุรี โดยออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มากกว่า 29 กิโลเมตร

ด้าน จ.ฉะเชิงเทรา ออกไปทาง ต.วังท่าช้าง ต.เขาไม้แก้ว ไปจนถึง ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยห่างออกจากป่าอนุรักษ์ ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร และด้าน ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์ และ ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว ห่างออกจากป่าอนุรักษ์ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร พบว่าช้างออกมาอยู่นอกป่ามากขึ้นเรื่อย ๆ

อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวล คือ เมื่อออกมาอยู่นอกป่าแล้วพบว่าช้างไม่ยอมกลับเข้าป่า โดยในช่วงกลางวันจะอาศัยหย่อมป่าขนาดเล็กเป็นที่นอนหลบแดด จากนั้นในช่วงบ่ายจะออกกมากินอาหาร ซึ่งเป็นพืชผลผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน เช่น ทุเรียน มังคุด กล้วย อ้อย มันสำปะหลัง หรือผลไม้ตามฤดูกาล โดยพืชผลเหล่านี้จะมีรสชาติดีกว่าอาหารที่เคยกินอยู่ในป่า เมื่อได้กินแล้วจึงติดใจไม่ยอมกลับเข้าป่าในจุดเดิมอีก

ทั้งนี้ พบว่าช้างป่าที่ออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์สร้างความเสียหายในกลุ่มป่าตะวันออก ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ส.ค.2668 รวม 7 จังหวัด พบว่า ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 3,375 ครั้ง สร้างความเสียหายรวม 313 ครั้ง เป็นพืชผล 269 ครั้ง ทรัพย์สิน 23 ครั้ง คนเจ็บ 9 คน และคนเสียชีวิต 12 คน

แบ่งเป็น จ.จันทบุรี ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 1,979 ครั้ง สร้างความเสียหาย รวม 217 ครั้ง เป็นพืชผล 188 ครั้ง ทรัพย์สิน 20 ครั้ง คนเจ็บ 4 คน และคนเสียชีวิต 5 คน, จ.ฉะเชิงเทรา ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 596 ครั้ง สร้างความเสียหายรวม 14 ครั้ง เป็นพืชผล 11 ครั้ง ทรัพย์สิน 1 ครั้ง และคนเสียชีวิต 2 คน

จ.ตราด ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 303 ครั้ง สร้างความเสียหายรวม 5 ครั้ง เป็นพืชผล 2 ครั้ง ทรัพย์สิน 1 ครั้ง และคนเสียชีวิต 2 คน, จ.สระแก้ว ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 167 ครั้ง สร้างความเสียหายรวม 10 ครั้ง เป็นพืชผล 7 ครั้ง คนเจ็บ 1 คน และคนเสียชีวิต 2 คน

จ.ชลบุรี ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 142 ครั้ง สร้างความเสียหายรวม 36 ครั้ง เป็นพืชผล 33 ครั้ง ทรัพย์สิน 1 ครั้ง และคนเจ็บ 2 คน, จ.ระยอง ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 107 ครั้ง สร้างความเสียหาย รวม 28 ครั้ง เป็นพืชผล 27 ครั้ง และคนเจ็บ 1 คน, จ.ปราจีนบุรี ช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ 81 ครั้ง สร้างความเสียหายรวม 3 ครั้ง เป็นพืชผล 1 ครั้ง คนเจ็บ 1 คน และคนเสียชีวิต 1 คน

ช้างป่าตะวันออก 799 ตัว พบ 80% ออกนอกป่า

การออกนอกพื้นที่ป่าของช้างป่านั้น แต่เดิมเชื่อว่าเกิดจากการบุกรุกป่าของชาวบ้าน รวมถึงช้างคุ้นเคยกับพื้นที่ จึงออกหากินข้างนอก แต่จากการเก็บข้อมูลทำให้พบว่า ช้างเดินออกมาจากป่าที่อาศัยอยู่เป็นระยะทางที่ไกลมาก มีหลายตัวที่เดินไกลถึงประมาณ 40 กิโลเมตร โดยในภาคตะวันออกนั้นมีช้างป่า 799 ตัว พบว่าร้อยละ 70-80 ออกมาอยู่นอกป่า ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก

กรมอุทยานฯ เร่งจัดทำแผนที่ประชากรช้าง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลและอัพเดตประชากรช้างในแต่ละจุด โดยจะสร้างแอปพลิเคชันเพื่ออัปเดตข้อมูลทุกสัปดาห์ โดยจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วดูแลเรื่องช้างในแต่ละพื้นที่ที่ทางกรมอุทยานฯ ว่าจ้างจะติดตามข้อมูลสถานการณ์ช้างและเป็นผู้คอยผลักดันช้างออกจากพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับกรณีการใช้วัคซีนคุมกำเนิดช้างป่า ขอชี้แจงว่า กรมอุทยานฯ ไม่ได้ฉีดวัคซีนเพื่อทำหมันช้างป่า แต่เป็นการคุมอัตราการเกิดช้างในช่วงระยะเวลาหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายช้างป่า พื้นที่ที่มีช้างป่าจำนวนมากและสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในพื้นที่​ เพื่อลดความเร็วในการเพิ่มประชากรช้างป่าไม่ให้เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป เนื่องจากขณะนี้ประชากรช้างในพื้นที่ป่ารอยต่อนั้นมีจำนวนมากและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

"ขอให้เข้าใจถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่​ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก​ ต้องสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลการเกษตร อีกทั้งต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง​ รวมถึงเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังช้างป่าต้องเสี่ยงอันตรายอย่างมาก"

อ่านข่าว : นักวิจัย มข.ค้นพบบึ้งแคระชนิดใหม่ของโลก “บึ้งคำแพง” ในลาว 

อวดโฉมพะเนินทุ่ง "ปูเจ้าฟ้า" สะท้อนระบบนิเวศสมบูรณ์ 

ปล่อย "คุณย่าเป้แดง" เต่าสำรวจ-บันทึกเสียงสัตว์ทะเลฝั่งอันดามัน