เกษตรกรหันเก็บลำไยเอง หลังราคาต่ำจนไม่คุ้มจ้างแรงงาน
ชาวสวนลำไยในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ต้องระดมสมาชิกครอบครัวช่วยกันเก็บและรูดลำไยใส่กระสอบไปขาย แทนการจ้างแรงงาน หลังราคารับซื้อลำไยตกต่ำ ลำไยเกรด AA จากปีก่อนที่มีราคา 30-40 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปีนี้ราคาต่ำสุด เหลือเพียง 6 บาท ต่อกิโลกรัม ส่วนลำไยเกรด A ราคา 3 บาทต่อกิโลกรัม และ เกรด B ราคาแค่ 1 บาท โดยสวนลำไยมีอยู่กว่า 10 ไร่ ทำให้ต้องใช้เวลาเก็บนานกว่า 1 เดือน จนลำไยเริ่มใกล้จะแก่จัด แต่ยังเก็บไม่หมด ขณะที่เงินที่ได้ก็แทบจะไม่คุ้มกับต้นทุนปุ๋ย และ ยา
บัญชาการ พลชมชื่น เลขาธิการสมาคมชาวสวนลำไยไทย เปิดเผยว่า ราคาลำไยในปัจจุบันถือว่าตกต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพราะวิกฤตราคาลำไยในอดีตราคาลำไยเกรด AA เคยมีราคาต่ำสุด อยู่ที่ 8 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้เหลือเพียง 6 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น
สำหรับมาตรการแก้ปัญหาของภาครัฐแม้จะมีหลากหลายโครงการ แต่บางโครงการยังมีข้อจำกัด ยกตัวอย่าง โครงการสินเชื่อเพื่อซื้อลำไยเพื่อแปรรูปอบแห้งปลอดดอกเบี้ย โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ในพื้นที่ให้ความสนใจ แต่ขั้นตอนการดำเนินการก็ยุ่งยากจนไม่สามารถเข้าร่วมได้
ต้องยื่นเอกสาร ต้องให้เจ้าหน้าที่ดูสถานที่เพื่อประเมิน และ จัดทำแผน เป็นขั้นเป็นตอน จากนั้นจึงส่งหลักฐานให้ส่วนกลางพิจารณา เชื่อว่ากว่าจะอนุมัติทำสัญญา และได้รับเงินกู้ คงไม่ทันกับผลผลิตที่ใกล้แก่จัด และ เหลือปริมาณอีกเพียง 40-50 % เท่านั้น
รัฐออกมาตรการแก้ปัญหาลำไยราคาตกต่ำล่าช้า ไม่ได้ผล
สายัณห์ นามวงศ์ ประธานแปลงใหญ่ตำบลหนองแฝก อ.สารภี จ.เชียงใหม่ บอกว่ามาตรการของทางกระทรวงพาณิชย์ที่พอจะช่วยเกษตรกรได้ คือ การสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ และ ค่าขนส่ง สำหรับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไยแปลงใหญ่ ช่วยให้ชาวสวนขายลำไยได้บ้าง แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องการตลาด เพราะเมื่อลำไยล้นตลาด ทุกคนจึงมุ่งไปขายออนไลน์ทำให้มีการแข่งขันสูงจนตลาดตันได้เหมือนกัน
จริงๆ ภาครัฐรู้อยู่แล้วว่า ลำไยล้นตลาดแน่นอน มาตรการของภาครัฐเป็นไปอย่างล่าช้า กว่าจะมาถึงเกษตรกร จากที่บอกว่าจะรับซื้อที่ 13 บาท แต่พอถึงเวลาก็ไม่สามารถทำได้ หากต้องเลื่อนออกไป ลำไยก็ไม่มีเหลือแล้ว มาตรการภาครัฐไม่ควรออกมาหลังมีวิกฤต แต่ควรเป็นการตั้งรับล่วงหน้า ในปีนี้ แค่ช่วงแรกของผลิตลำไยก็มีราคาต่ำแล้ว
ทศพร ใจแก้ว ประธานแปลงใหญ่ตำบลป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ มองว่าปีนี้ถือเป็นวิกฤตที่แท้จริงของชาวสวนลำไย ทั้งที่ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ แม้ภาครัฐจะออกมาตรการแก้ปัญหาแต่ยังถือว่าล่าช้า และ ยังไม่ได้ผล ทำให้ชาวสวนอาจไม่มีเงินไปใช้หนี้
ชาวสวนกำลังว่าผลกระทบจะต่อเนื่องไปถึงฤดูกาลหน้าหรือไม่ เพราะเกษตรกรที่ไปกู้ยืมเงินจาก ธกส.มาลงทุน บางรายต้องกู้เงินมาซื้อปุ๋ย ปีละ 4-5 หมื่น แต่จะไม่มีเงินไปใช้คืน เพราะความหวังชาวสวนอยู่ที่ผลผลิต จะต้องได้ และ จำหน่ายเป็นเงิน เพื่อนำมาเป็นทุนและใช้จ่ายในครอบครัว
ลำไยสดช่อ ราคาย่ำแย่ไม่ต่างลำไยรูดร่วง ชาวสวนไร้ทางออก
ไม่ต่างจากสวนลำไยคุณภาพ ในอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ที่เผชิญปัญหาลำไยล้นตลาดในปีนี้ ทำให้ราคาลำไยสดช่อพลอยตกต่ำไปด้วย ราคาลำไยสดช่อเกรดทองอยู่ที่ 16 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าปีก่อน ที่ราคา 35-40 บาทต่อกิโลกรัม
ดำรงค์ จินะกาศ ประธานลำไยแปลงใหญ่แม่ทา จ.ลำพูน บอกว่าชาวสวนลำไยแม่ทา เน้นทำสวนลำไยแบบบริโภคสด เพราะมีราคาดีกว่าลำไยรูดร่วงสำหรับส่งเข้าโรงอบลำไย แม้จะมีต้นทุนสูงถึงกิโลกรัมละ 15 บาท
แต่ในปีนี้ ราคาลำไยสดช่อกลับตกต่ำหนัก นอกจากนี้ยังประสบปัญหาอื่นๆ ทั้งการขาดแคลนแรงงานเก็บบรรจุตะกร้า ทำให้เก็บผลผลิตไม่ทัน ลำไยใกล้แก่จัด และ แตกเสียหาย ขณะที่ตลาดส่งออกลำไยสดช่อก็ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากไม่มีคำสั่งซื้อจากประเทศจีน หลังประสบปัญหาเศรษฐกิจย่ำแย่ จึงเหลือเพียงการส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย
จากหลายปัจจัยลบที่รุมเร้า ชาวสวนหวังมาตรการแก้ปัญหาของภาครัฐ แต่ที่ผ่านมา กลับยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร โดยเฉพาะแผนของกระทรวงพาณิชย์ที่จะพยุงราคาด้วยการจัดสรรงบประมาณซื้อนำตลาด อาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ส่งผลถึงเกษตรกร ราคาจึงตกต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี
ไม่แน่ใจนะว่าทางรัฐบาล หรือ กระทรวงฯ จะมีมาตรการเร่งด่วนออกมาทันไหม เพราะลำไยตอนนี้ เก็บไปแล้วประมาณ 30-40% กว่าจะมีแนวทางแก้ไขก็คงไม่ทันแล้ว ที่กรมการค้าภายในมาซื้อพยุงราคา ก็ซื้อเป็นบางจุดแค่นั้น หวังจะซื้อนำตลาด และ จะทำให้ราคาเพิ่มตาม มันเป็นไปไม่ได้ สมมุติว่าลำพูนมีจุดร่อนลำไยอยู่ประมาณ 200 จุด แล้วไปพยุงราคา แค่ 2-3 จุด คนที่จะได้ประโยชน์คือ 2-3 จุดแค่นั้นเอง อีก 197 จุดไม่มีโอกาสที่ได้รับ ฉะนั้นราคาไม่สามารถที่จะกระเตื้องขึ้นได้
โรงอบลำไยปรับแผนรับมือลำไยล้นตลาด
ผู้ประกอบการโรงอบลำไยขนาดกลางในอำเภอเมืองลำพูน ต้องหันมาลดเวลาการอบแห้งลำไยจากปกติ 60-70 ชั่วโมง เหลือเพียง 36 ชั่วโมง ให้ลำไยแห้งประมาณร้อยละ 60 ก่อนนำเข้าเก็บในห้องเย็น เพื่อให้เตาอบเพียงพอกับปริมาณลำไยที่มาเข้ามาใหม่วันละ 120 ตัน
ธนกฤต ตันวัฒนากูล เจ้าของโรงอบลำไย หจก.ลำพูนดีเอสฟู๊ด ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมืองลำพูน และ นายกสมาคมลำไยอบแห้งภาคเหนือ บอกว่าปริมาณผลผลิตลำไยในภาคเหนือที่มีมากเกินไปถึง 1 ล้านตัน ทำให้ตลาดรองรับไม่ไหว โดยตลาดของลำไย มี 2 ตลาด คือ การบริโภคสดบรรจุตะกร้าขาวซึ่งมีปริมาณส่งออกประมาณ 1.2 แสนตัน แต่เชื่อว่าการส่งออกปีนี้ น่าจะต่ำกว่าคาด เพราะตลาดในประเทศจีนไม่รับซื้อ เหลือเพียงตลาดเดียวคือประเทศอินโดนีเซีย
ผลผลิตส่วนใหญ่จึงเข้าสู่การแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งซึ่งมี 2 ประเภท คือ อบแห้งทั้งเปลือก และ อบแห้งเนื้อสีทอง ซึ่งในเดือนกรกฏาคม ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองยังไม่มีคำสั่งซื้อ ส่วนอบแห้งทั้งเปลือกมีคำสั่งซื้อบ้างแต่ไม่มากนัก จึงต้องปรับแผนลดเวลาการอบลำไย และ นำเข้าห้องเย็นเก็บสต๊อกไว้ เพื่อเร่งรับลำไยสดที่ยังมีปริมาณมาก โดยราคาลำไยที่ตกต่ำมากในช่วงที่ผ่านมา เป็นลำไยจากพื้นที่โซนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ และ ลำพูนที่เริ่มแก่จึงมีราคาต่ำ แต่ลำไยในพื้นที่โซนตอนเหนือของเชียงใหม่กำลังอยู่ในช่วงที่เหมาะสม เป็นที่ต้องการของโรงอบ จึงยังมีราคาดีอยู่
ปริมาณลำไยมากเกินไป มาตรการแทรกแซงราคาใช้ไม่ได้ผล
สำหรับมาตรการของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการสนับสนุนค่าบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการลำไยอบแห้งในอัตรากิโลกรัมละ 2-3 บาท เพื่อพยุงราคารับซื้อลำไย ราคาเกรด AA ให้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 13 บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1-20 สิงหาคม ปริมาณ 1 แสนตัน ทางสมาคมลำไยอบแห้งภาคเหนือ ซึ่งมีโรงอบลำไยเข้าร่วมโครงการ 49 แห่ง ได้ขอยกเลิกการร่วมโครงการ เพราะปริมาณลำไยมีมากเกินไปทำให้ไม่สามารถจะรับซื้อตามราคาโครงการได้ทั้งหมด
เราคิดว่าเป็นปัญหามากไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เงินจะต้องไปถึงเกษตรกรทุกบาททุกสตางค์ ทางสมาคมเลยมีมติว่าขอยกเลิกไม่ทำโครงการนี้ จริงๆ ทางกรมการค้าภายในก็อยากจะให้ดำเนินการต่อ แต่เรามองแล้วว่าผลเสียหายจะเกิดขึ้นจุดร่อน และ โรงอบที่เข้าร่วมโครงการ เพราะจะมีลำไยที่หลงเหลือจากโครงการเป็นลำไยราคาต่ำทำให้โรงงานไปแข่งขันในเรื่องของราคาไม่ได้
ในมุมมองผมโครงการนี้ไปต่อไปได้ยากแล้ว เพราะลำไยยังเหลือเยอะมาก เราควรปล่อยให้สถานการณ์ไปตามกลไกตลาด ซึ่งพบว่าราคาบางพื้นที่ เริ่มปรับสูงขึ้นกิโลกรัมละ 1 บาท เนื่องจากปริมาณลำไยทางลำพูน และบางอำเภอของเชียงใหม่ลดลงไปแล้ว ตอนนี้เหลือผลผลิตทางอำเภอพร้าว และ แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งบางส่วนของจังหวัดเชียงราย คิดว่าสถานการณ์ราคาน่าจะดีขึ้น และ ไม่ควรนำงบประมาณจากภาษีของประชาชนมาทำโครงการ
นายกสมาคมลำไยอบแห้งภาคเหนือมองว่าลำไยอบแห้ง ยังคงเป็นสินค้าที่มีตลาดรองรับ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในประเทศจีน ที่จะเริ่มมีคำสั่งซื้อมากขึ้นในช่วงก่อนเทศกาล โดยราคาลำไยที่ขึ้นลง เป็นไปตามกลไกตลาด หากจะไม่ให้ลำไยราคาตกต่ำ ต้องควบคุมลำไยทั้งใน และ นอกฤดู ให้มีปริมาณที่เหมาะสม
กรมส่งเสริมการเกษตรควรทำโครงการให้ลำไยในฤดู ตั้งแต่เดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม และ กันยายน ให้อยู่ในปริมาณประมาณ 6 แสนตัน เชื่อว่าราคาลำไยจะไม่ต่ำกว่า ก.ก.ละ 20 บาทแน่นอน เพราะลำไยอบแห้งที่ทางสมาคมเคยทำย้อนหลัง 10 กว่าปี ลำไยอบแห้งหนึ่งหมื่นตู้ไม่เป็นปัญหาเลย ขายได้สบายมาก ในส่วนของลำไยนอกฤดู ควรใช้พื้นที่ปลูกลำไยในฤดู ไปทำนอกฤดูประมาณ 60 % แต่ก็มีข้อจำกัดหลายด้าน เพราะเกษตรกรของเราเป็นกลุ่มเกษตรกรรายย่อยมากเกินไป ซึ่งบางคนยอมรับว่าทำไม่ได้ ปีนี้ต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ฟ้าฝนดี อากาศหนาว ลำไยที่ทำนอกฤดู กลับให้ผลในฤดูด้วย จึงทำให้ลำไยมีปริมาณมหาศาล
รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
แท็กที่เกี่ยวข้อง:











